Saturday , January 19 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / ไม่มีใครแก่เกินเรียน

ไม่มีใครแก่เกินเรียน

ไม่มีใครแก่เกินเรียน

                      โดยดร. วิวัฒน์   เศรษฐช่วย

 

 

 

 

 

คุณยาย “เจนเนท เฟน” จบปริญญาตรีตอนอายุ 84 ปี

 

เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังเปิดประตูกว้างให้โอกาสคนอเมริกันชนได้มีโอกาสเรียนหนังสืออย่างไร้พรมแดน

โดยเมื่อปี 2015 คุณยายชื่อ เจลีซา โจนส์ สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีจากCollege of the Canyons ที่ ซานตาแคลริต้า รัฐแคลิฟอร์เนีย ตอนที่เธอมีอายุ 99 ปี โดยเธอชอบวิชาคำนวนและสถิติ

สำหรับผู้ที่สร้างประวัติศาสตร์เข้ารับปริญญาโท เมื่อตอนอายุย่างเข้าไป 100 ปี ก็คือ นางเจทมอร์ โอชส์ ซึ่งอาศัยที่รัฐแคนซัส

และล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมนี้ ก็ยังมีหญิงสูงอายุคนหนึ่งชื่อ”เจนเนท เฟน” ที่เธอจบปริญญาตรีได้เมื่อตอนอายุ 84 ปี  โดยคุณยายท่านนี้เริ่มก้าวเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย เมื่ออายุ 77 ปี !!!

และกว่าคุณยายจะเรียนจบในระดับปริญญาตรีได้ ก็ต้องใช้เวลานานถึงเจ็ดปี ซึ่งดูๆไปแล้วแสนยากลำบากสำหรับเธอไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากเวลาเดินคุณยายจะต้องใช้ไม้เท้าและรถเข็นพร้อมทั้งต้องกระเตงถังออกซิเจนไปด้วย โดยเธอได้ตั้งปณิธานเอาไว้ว่า “เธอจะต้องคว้าปริญญามาครองให้จนได้ 

เนื่องจากสุขภาพของเธอไม่สมบูรณ์นัก ทางมหาวิทยาลัยได้เปิดโอกาสให้คุณยายนั่งเรียนหน้าสุดในห้อง ทั้งนี้เวลาที่คุณยายจะพิมพ์อะไรก็แสนจะยากลำบาก เพราะเธอใช้นิ้วเพียงนิ้วเดียวค่อยๆจิ้มแป้นคอมพิวเตอร์ แต่เธอก็หาได้ย่อท้อไม่!!!

ทั้งนี้ไม่เพียงแต่คุณยายจบระดับปริญญาตรี วิชาเอกทางด้านสังคมศาสตร์เท่านั้น แต่คุณยายก็ยังจบรัฐศาสตร์ ที่เธอได้เลือกเรียนเป็นวิชารองอีกด้วย

หากหันมาดูชีวิตของคุณยายท่านนี้ก็นับว่าไม่ธรรมดา โดยเธอเกิดที่กรุงนิวยอร์ก แต่งงานเมื่อตอนอายุ 18 ปี ทำงานเป็นเลขานุการิณี และหลังจากย้ายไปอยู่ที่รัฐเท็กซัส คุณยายก็ได้เข้าไปทำงานในโรงพยาบาลนานกว่า 20 ปี โดยเธอเพิ่งจะเกษียณอายุการทำงานเมื่อปีนี้เอง

สำหรับเรื่องเกษียณนั้น คุณยายเฟนเธอกล่าวว่า ยังไม่อยากจะหยุดทำงานเลย โดยเมื่อตอนที่คุณยายกำลังเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยนั้น เธอพักอาศัยอยู่ในศูนย์ผู้สูงอายุ

และเนื่องจากคุณยายไม่สามารถเดินทางสะดวกเพราะเข่าไม่อำนวย คุณยายจึงเลือกทางออกโดยเรียนทางออนไลน์

ทั้งนี้ความสำเร็จของคุณยายท่านนี้ ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ในรอบสัปดาห์นี้ โดยมีการพาดหัวข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ!!

อนึ่งรัฐเท็กซัสได้มีโปรแกรมพิเศษสำหรับผู้สูงวัยที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ทางรัฐจะไม่คิดค่าเล่าเรียน หากเรียนเทอมละหกหน่วยกิต โดยมีผู้สูงอายุเรียนต่อในมหาวิทยาลัยถึงสองพันกว่าคน

และจากสถิติของศูนย์การศึกษาแห่งชาติของสหรัฐฯเปิดเผยว่า ผู้สูงอายุที่เรียนในมหาวิทยาลัยมี 67,000 คน จากจำนวนนักศึกษาทั้งหมดยี่สิบล้านคน

สหรัฐอเมริกาส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้รับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย อย่างเช่นที่ รัฐอลาบามา ผู้สูงอายุที่ต้องการจะเข้าไปทำการศึกษา สามารถเข้าไปเรียนได้โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนในวิทยาลัยท้องถิ่น

ส่วนที่รัฐอลาสก้าผู้สูงอายุก็ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน และยังไม่ส่งผลกับรายได้จากระบบประกันสังคม (Social Security)

สำหรับในรัฐแคลิฟอร์เนียนั้น California State University ซึ่งมีทั้งหมด 23 แห่งทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้สูงวัยที่มีอายุตั้งแต่หกสิบปีขึ้นไปก็ไม่ต้องเสียค่าเรียน ด้วยเช่นกัน

ส่วนรัฐยูทาห์นั้น ผู้สูงอายุที่มีวัยเกิน 62 ปีขึ้น ก็ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน หากเข้าไปศึกษาในสถาบันการศึกษาของรัฐบาล

จากสถิติของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ของวันที่ 3 เมษยน 2015 ระบุว่า ในปี 2030 คนอเมริกันที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป จะมีจำนวนถึง 72 ล้านคน

และเป็นที่น่าสนใจอีกเช่นกันว่า มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯทุกๆแห่งจะเปิดโปรแกรมให้ศิษย์เก่าที่สูงอายุได้มีโอกาสพัฒนาอาชีพที่สอง

คราวนี้ผมขอวกมาแบ่งปันเกี่ยวกับโปรแกรมนอกหลักสูตรของยูซีแอลเอที่เรียกว่า “UCLA Extension” หรือ Short course

ทั้งนี้ UCLA Extension ได้ก่อตั้งมานานกว่าหนึ่งร้อยปี โดยมีวิชาให้เลือกหลายร้อยวิชา มีสาขาอยู่ทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย และยังมีการมอบประกาศนียบัตรให้อีกด้วย แค่รายละเอียดว่า มีการสอนอะไรบ้าง ก็มีความหนาเกือบสองร้อยหน้าเข้าไปแล้ว

อีกทั้งผู้ที่เรียนในโปรแกรมนี้ สามารถเก็บสะสมหน่วยกิตเพื่อเรียนต่อที่ UCLA ได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่ต้องการประกาศนียบัตรนั้นขึ้นอยู่กับแขนงวิชาดังเช่น ประกาศนียบัตรแขนงบัญชีต้องเรียนทั้งหมดเก้าวิชา

ทั้งนี้สถาบันแห่งนี้ทำเปิดสอนมีแทบทุกแขนงวิชาดังเช่น การประกอบธุรกิจ บริหารธุรกิจ การเขียนโปรแกรคอมพิวเตอร์  โทรคมนาคม บริหารการศึกษา ผู้ช่วยทนายความ วิศวกรรมศาสตร์ หรือแม้กระทั่งวิธีทำอาหารไทย

สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการเพิ่มศักยภาพด้านภาษาอังกฤษ ทางสถาบันแห่งนี้ยังได้เปิดสอนตั้งแต่ระดับเบื้องต้นถึงระดับสูง โดยเมื่อนักศึกษาจบตามหลักสูตรแล้วก็สามารถก้าวขาเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้เลย และยังมีโปรแกรม TOEFL อีกด้วยและยังออกวีซ่ากับนักศึกษาต่างชาติด้วย

สำหรับอาจารย์ผู้สอนล้วนแต่เป็นผู้ที่มีคุณวุฒิและเชี่ยวชาญทางด้านวิชาเฉพาะทางมืออาชีพด้วยกันทั้งสิ้น!!!

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้น เมื่อพูดถึงการเปิดโอกาสให้อเมริกันชนได้เพิ่มศักยภาพในการเรียนรู้ระดับมหาวิทยาลัยแล้วสหรัฐอเมริกาได้กลายเป็นประเทศที่เปิดกว้างทางด้านการศึกษาแบบไร้พรมแดน ที่เราๆท่านๆสามารถเสาะแสวงหาวิชาความรู้ได้ตลอดชีวิตที่ไม่มีใครจะแก่เป็นสูงวัยเกินเรียนละครับ.

 

Check Also

ชีวิตวัยหนุ่มของมหาตมา คานธีผู้ยิ่งใหญ่

ในช่วงปีใหม่ของทุกๆ ปี “ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จะนำคณะผู้บริหารไปกราบคารวะสวัสดีปีใหม่ต่อผู้ที่มีอุปาระคุณต่อมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ที่รวมไปถึงท่านผู้ว่าจังหวัดลำพูน ผู้ว่าฯจังหวัดเชียงใหม่ นายอำเภอหางดง นายอำเภอสันป่าตอง กงสุลใหญ่จีน กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น รวมถึง ดร.ศุภวัตร ภูวกุล ปูชนียบุคคลของจังหวัดเชียงใหม่ โดยท้ายสุดเมื่อวันจันทร์นี้คณะของพวกเราก็ได้ไปสวัสดีปีใหม่แด่กงสุลอินเดียคือ กงสุลชิรีช ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *