Saturday , March 23 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / มาเป็นนักประกอบการกันเถอะ

มาเป็นนักประกอบการกันเถอะ

มนุษย์ทุกคนต่างต้องการมีความอิสระ และหากเป็นไปได้ทุกคนต่างหวังจะเป็นผู้ประกอบการที่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง

สำหรับสังคมไทยในนครลอสเจลิสที่ผมสัมผัสและคลุกคลีอย่างใกล้ชิดกว่าสี่สิบปี โดยเมื่อใดก็ตามที่มีการจัดสัมมนาเรื่อง “การประกอบธุรกิจ” พี่น้องคนไทยจะหลั่งไหลเข้าไปร่วมฟังกันอย่างหนาแน่น

อนึ่งผมจำได้ติดตาเมื่อสามสิบสามปีก่อน ครั้งที่ผมอยู่ในตำแหน่งเลขาธิการหอการค้าไทย ณ นครลอสแอนเจลิส เราได้จัดสัมมนาการประกอบธุรกิจขึ้นโดยเชิญท่านเอกอัครราชทูตประจำกรุงวอชิงตันมาเป็นประธาน

บรรยากาศในวันนั้นนับว่าน่าทึ่งมากที่มีผู้เข้าร่วมอย่างคับคั่งต่างคนต่างมีความตั้งใจที่จะประกอบธุรกิจ

แท้จริงแล้วนิสัยคนไทยสนใจเรื่องการเป็นผู้ประกอบการดังจะเห็นได้ว่า ในปี 1969 มีร้านอาหารไทยในนครลอสแอนเจลิสเพียงร้านเดียว แต่ขณะนี้มีมากเพิ่มขึ้นกว่าหนึ่งพันแห่ง และยังมีธุรกิจประเภทอื่นๆเกิดขึ้นอีกกว่าสองพันแห่ง

อนึ่งประเทศไทยขายอะไร นครลอสแอนเจลิสก็มีบริการอย่างครบครัน ยกเว้นเพียงอย่างเดียวที่เรายังไม่มีธนาคารของเราเอง ทั้งๆที่สังคมจีนมีธนาคารประกอบการในนครลอสแองเจลิสมากกว่าห้าสิบธนาคาร และสังคมเกาหลีก็มีธนาคารของชาติตนเองร่วมสิบแห่ง!!!

ผมรู้สึกเสียใจมากที่เคยได้พยายามขับเคลื่อนเรื่องธนาคารมาแล้วถึงสองครั้งสองคราแต่กลับไปไม่ถึงดวงดาว อย่างไรก็ตามผมก็ยังรู้สึกภาคภูมิใจที่เมื่อแปดปีก่อนผมได้มีโอกาสร่วมขับเคลื่อนกับ“ท่านรองปลัดกระทรวงต่างประเทศดำรง ใคร่ครวญ” ขณะที่ท่านยังดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสขณะนั้น โดยท่านมีความมุ่งมั่นต้องการที่จะให้ธนาคารชุมชนเกิดขึ้น แต่น่าเสียดายที่ท่านย้ายเข้ารับตำแหน่งใหม่ที่กระทรวงต่างประเทศไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้นสังคมไทยในนครลอสแองเจลิสอาจจะมีความเป็นปึกแผ่นเข้มแข็งมากขึ้นเพราะมีแหล่งการเงินของชุมชนเป็นที่รองรับไม่ใช่ปล่อยให้เงินของชุมชนไหลเข้าสู่ธนาคารยักษ์ใหญ่ทั้งหลายที่ชุมชนไม่ได้รับสิ่งตอบแทนเลย

ทำนองเดียวกันกับเมื่อวันศุกร์ที่แล้วก็เป็นอีกวันหนึ่งในรอบห้าปีที่ผมมีความรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เนื่องมาจากมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ที่ทำงานที่ผมประจำอยู่ได้จัดตั้งหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจขึ้นมา!!!

ความกระตือรือร้นของเหล่านักศึกษาก็ไม่แตกต่างกับพี่น้องคนไทยในนครลอสแอนเจลิสที่ผมได้กล่าวมาข้างตน

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ นับว่าโชคดีที่ท่านดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ เป็นนักประกอบการมาเป็นเวลายาวนานร่วมห้าสิบปีและนับว่ามีความสำเร็จสูงที่มีพนักงานบริษัทของท่านที่กรุงเทพฯและที่มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่รวมแล้วกว่าหนึ่งพันคน

เมื่อผมเห็นแววตาของดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ขณะที่ท่านกล่าวเปิดศูน์บ่มเพาะวิสาหกิจ (Entrepreneurship) แล้วดูท่านช่างมีความสุขมากทีเดียว เนื่องจากท่านต้องการให้นักศึกษา บุคลากรและเหล่าอาจารย์ทุกๆคนเป็นนักประกอบการโดยท่านกล่าวว่ายินดีให้คำแนะนำอีกด้วย

ทั้งนี้ผมคิดอยู่ในใจเสมอๆว่า ในเมื่อมหาวิทยาลัยต่างๆของสหรัฐอเมริกาต่างก็มีโปรแกรมหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ และมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ก็น่าจะเปิดโอกาสให้กับนักศึกษาทุกคนได้เป็นผู้ประกอบการด้วยตัวเอง

ฉนั้นผมจึงดีใจแทนเยาวชนลูกหลานไทยมิใช่น้อย ที่มหาวิทยาลัยของเราได้จัดตั้งโปรแกรมนี้ขึ้นมา!!!

เปรียบประหนึ่งว่าสิ่งที่ผมเคยใฝ่ฝันเอาไว้ได้เกิดขึ้นจริงๆ ด้วยความมีวิสัยทัศน์ของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาหรือมีชื่อย่อว่า “สกอ.” ที่ทำหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบการศึกษาระดับอุดมศึกษา

สำหรับโครงการจัดตั้งหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันมหาวิทยาลัยหรืออุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาได้ตั้งมาแล้วเมื่อปี 2547โดยมีวัตถุประสงค์ให้หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (University Business Incubator: UBI) ทำหน้าที่บ่มเพาะธุรกิจให้เกิดผู้ประกอบการใหม่ (Entrepreneurs) พัฒนาสู่บริษัทจัดตั้งใหม่ (Start Up Companies) และเสริมสร้างศักยภาพให้เข้มแข็งทั้งด้านวางแผนงานและการสร้างวัตกรรมใหม่ๆในเชิงพาณิชย์ เพื่อความยั่งยืนโดยการนำความรู้ เทคโนโลยี และผลงานวิจัยมาพัฒนาผลิตภัณฑ์/ธุรกิจที่เข้ารับการบ่มเพาะ เพื่อให้เกิดธุรกิจที่สร้างความมั่นคง มั่งคั่งทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศ

จากเป้าหมายดังกล่าวปรากฎว่ามหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่เป็นหนึ่งในแปดสถาบันที่ได้รับอนิสงค์ โดยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินงานหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (University Business Incubator: UBI)ปี 2561 จำนวนแปดสถาบันโดย “ดร.พิธากรณ์ ธนิตเบญจสิทธิ์” รองอธิการบดีแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่เป็นผู้ลงนามตามภาพประกอบ

ทั้งนี้หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่หรือ North-Chiang Mai University Incubator (NC-UBI) เป็นหน่วยหนึ่งในการบ่มเพาะวิสาหกิจในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาให้การสนับสนุนเพื่อสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการที่มาจากนักศึกษา บุคลากร ศิษย์เก่าและชุมชนในพื้นที่ให้เป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจในการพัฒนาประเทศ

อนึ่งท่านผู้อ่านสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเวปไซด์ของ “สกอ.บันทึกความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาลงวันที่ 20 มิถุนายน 2561”
ทั้งนี้ในช่วงห้าเดือนที่ผ่านมานี้ โดย “ดร.พิธากรณ์ ธนิตเบญจสิทธิ์” รองอธิการบดี มิได้รอช้าเร่งรีบดำเนินการปรับปรุงอาคารทันที พร้อมกับจัดตั้งสำนักงานและได้ติดตั้งอุปกรณ์อย่างครบครัน

และแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ไ ก็ได้ให้เกียรติ์เป็นประธานเปิดหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ

จากบรรยากาศที่ผมได้สัมผัสในวันนั้น ผมมีความรู้สึกว่านักศึกษาจากหลายๆคณะที่ได้เข้าไปร่วมกิจกรรมใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นต่อหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นมาใหม่มากทีเดียว โดยในงานวันนั้นพวกเขาได้นำอาหารนานาชนิดที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนออกมาวางขายในราคาย่อมเยา โดยบางคนได้นำน้ำดื่มหลากหลายชนิดมาจำหน่ายอีกด้วย เท่ากับว่านักศึกษามีความริเริ่มเป็นนักคิดที่ทุกคนร่วมมือทำงานกันเป็นทีม

คราวนี้ผมใคร่ขอแบ่งปันเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆทางด้านการประกอบธุรกิจในสหรัฐอเมริกา

อนึ่งรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ยื่นมือให้การสนับสนุนธุรกิจขนาดย่อม โดยรัฐบาลสหรัฐฯมีสำนักงานส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางอยู่ทั่วสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่ธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลางในสหรัฐอเมริกามีมากถึง 99.7% ที่ถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของประเทศทีเดียว

อย่างไรก็ตามการประกอบธุรกิจย่อมมีความเสี่ยงไม่น้อยทีเดียวและจากสถิติของ Small Business Association ระบุว่าธุรกิจใหม่ๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นจะมีความล้มเหลวประมาณ 30% ในสองปีแรก 50% ในห้าปีแรก และ 66% ในสิบปีแรก

ทั้งนี้ความล้มเหลวมาจาก 6 สาเหตุด้วยกันกล่าวคือ ขาดการศึกษาด้านการตลาด วางแผนด้านธุรกิจไม่รัดกุมรอบคอบ เงินที่ใช้เป็นสายป่านที่สั้น ทำเลไม่ดี ขาดประสบการณ์ และ ขยายธุรกิจเร็วเกินไป

อนึ่งในฐานะที่ผมเป็นนักการเงินและนักการธนาคารติดต่อกันกว่าสามสิบปีในนครลอสแอนเจลิส ผมมองว่าข้อสรุปของ Small Business Association ในหกปัจจัยข้างบนนี้นับว่าเป็นความจริงทั้งหมดโดยผมขอเพิ่มอีกสองข้อคือผู้ประกอบการต้องมีความอดทนมีความเพียรสูงและมีความเจนจัดในการบริหารเงิน!!!

ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดที่นักประกอบการไม่ค่อยทำกันอย่างรัดกุมก็คือ Business Plan ซึ่งผู้ที่เรียนบริหารธุรกิจทุกสถาบันจะบรรจุวิชานี้ในหลักสูตรโดยเฉพาะ และในอดีตผู้ที่มีความประสงค์ที่จะมาขอเงินกู้นั้น ผมจะขอดู Business Plan ก่อน เพราะถือเป็นหัวใจหลักของการประกอบธุรกิจ

อีกทั้งสิ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจมักจะมองข้ามก็คือการสร้างอุปนิสัยที่ดีที่รวมไปถึงความซื่อสัตย์ต่อตนเองและต่อผู้อื่น การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน มีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน ต้องพยายามเข้าใจคนอื่นที่คิดต่าง รู้จักให้อภัยตนเองและต่อผู้อื่น เพิ่มทักษะในการครองใจคนซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้สามารถฝึกกันได้

อย่างไรก็ตามในสหรัฐอเมริกามีมหาวิทยาลัยกว่า 300 แห่งที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการประกอบธุรกิจโดยเฉพาะ
ในกรณี Babson College ที่ตั้งอยู่ที่รัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งเป็นวิทยาลัยเล็กๆก่อตั้งมาแล้วกว่า 99 ปีมีจำนวนนักศึกษาเพียงสามพันคน แต่ได้เป็นสถาบันบ่มเพาะผู้ประกอบการ อันดับต้นๆในช่วงยี่สิบห้าปีที่ผ่านมา และวิทยาลัยแห่งนี้ยังมีโปรแกรม Entrepreneurship ระดับปริญญาโท ที่ติดอันดับหนึ่งขณะนี้และยังมีเอ็มบีเอออนไลน์อีกด้วย

และจากพรินตันรีวิวปรากฏว่ามีสถาบันท๊อปห้าทางด้านโปรแกมด้านประกอบการคือ อันดับหนึ่ง University of Michigan อันดับสอง University of Houston อันดับสาม Babson College อันดับสี่ Brigham Young University (BYU) และอันดับห้า Northeastern University

หากดูค่าเล่าเรียนของ Babson College ก็ถือว่าไม่แพงมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วๆไป โดยปีการศึกษานี้ค่าเล่าเรียนอยู่ที่ 51,079 เหรียญ หรือราวๆปีละหนึ่งล้านหกแสนบาท

สำหรับเงินเดือนของผู้ที่สำเร็จปริญญาตรี โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 66,600 เหรียญต่อปี

ปรัชญาของวิทยาลัยแห่งนี้คือ “คิดและลงมือทำ”

            กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นจะเห็นได้ว่าขณะนี้การศึกษาของเยาวชนลูกหลานเราเริ่มพัฒนามากขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ นั้นในเมื่อ ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ เป็นนักคิดนอกกรอบ โดยท่านได้พยายามเร่งรัดพัฒนาศักยภาพด้านการประกอบการให้ทั้งนักศึกษา บุคลากรและเหล่าอาจารย์ และท่านยังพร้อมที่จะเปิดประตูอ้าแขนให้คำปรึกษาทุกๆคน และเหนือสิ่งอื่นใดผมหวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าภาครัฐจะเข้าไปให้ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาภาคเอกชนต่างๆเพิ่มมากขึ้นต่อไปในภายภาคหน้าด้วยละครับ.

โดยดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

 


Check Also

ผู้นำทั้งในอดีตและปัจจุบันของเมืองลุงแซมและของไทย

บทความในคอลัมน์นี้จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่ผมมักจะไม่ค่อยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองมากเท่าใดนัก แต่เนื่องจากการเลือกตั้งผู้นำประเทศคนใหม่ของไทยกำลังคืบคลานใกล้เข้ามาทุกทีๆ ผมจึงใคร่ขอตั้งข้อสังเกตบางประการ หากเราย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์ที่มาที่ไปทั้งของประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา เราจะได้พบเห็นว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าชื่นชม ในกรณีของประเทศไทยนั้น นับว่าประชาชนพี่น้องชาวไทยโชคดีที่มีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ทรงปฏิรูปประเทศไทยให้มีความทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจที่สำคัญๆอันได้แก่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีเลิกทาส  ป้องกันการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส และจักรวรรดิอังกฤษ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *