Tuesday , June 18 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / สูตรแห่งสัจจธรรมของพระราชาในการสร้างประเทศชาติ

สูตรแห่งสัจจธรรมของพระราชาในการสร้างประเทศชาติ

                   สูตรแห่งสัจจธรรมของพระราชาในการสร้างประเทศชาติ

สูตรพระราชาที่จะนำไปสู่ความสำเร็จอันเป็นสัจจธรรมอย่างจริงแท้แน่นอนก็คือ “การเรียนรู้ด้วยตัวเอง รู้จริง ทำจริง” น่าจะเป็นสูตรที่พวกเราทุกๆ คน น่าจะนำมาไตร่ตรอง เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่เพิ่งผ่านมานี้ เนื่องจาก “ท่านอธิการบดี ดร. ณรงค์   ชวสินธุ์” แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ มีภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้ผมเป็นตัวแทนของท่านในการเข้าร่วมการประชุมวิชาการ The 4th AsiaEngage Regional Conference (AE) 2018 ระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2561 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่ โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ Kabangsaan Universiti Malaysia (UKM) และมีมหาวิทยาลัย 9 แห่ง และ 8 องค์กรเป็นเจ้าภาพร่วม เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนผลงานวิชาการรับใช้สังคมของ นักวิชาการ นักศึกษา รวมทั้งภาคีที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยต่อสังคมอันได้แก่ ชุมชน ภาคประชาสังคม หน่วยงานภาครัฐ อุตสาหกรรม รวมไปถึง องค์กรนานาชาติ หัวข้อสัมมนา ครั้งนี้คือ  “Rising to the Challenge of SDGs in ASIA through University-Community Engagement″

อนึ่ง ผู้เข้าร่วมสัมมนาครั้งสำคัญระดับนานาชาติครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการ โดย มีศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ นิเวศน์ นันทชิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อดีตคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และประธานมูลนิธิโรงพยาบาลมหาราช เป็นผู้กล่าวเปิดการประชุม ผู้สัมมนาครั้งนี้ มีร่วมสองร้อยคน โดยมี “รองศาสตราจารย์ ดร. อาวรณ์ โอภาสพัฒนกิจ” รองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและรับใช้สังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการจัดการประชุม

ทั้งนี้บุคคลซึ่งผู้ที่ไปร่วมในงานวันนั้น เฝ้ารอเพื่อที่จะได้รับฟังมากที่สุดคือ “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิศิษฐ์ วรอุไร” ผู้ตามเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างใกล้ชิดติดต่อกันนานถึง 46 ปี เท่ากับว่าเราจะได้ฟังต้นตอของข้อมูลหลัก  (Primary Source)เกี่ยวกับการที่พระองค์ท่านทรงปฏิบัติศาสตร์ของพระราชาที่ไม่ควรจะพลาดเป็นอย่างยิ่ง!!!
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิศิษฐ์ วรอุไร สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีด้านกสิกรรมและสัตวบาลบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และระดับปริญญาเอกสาขาพืชสวนจาก University of Nottingham ประเทศสหราชอาณาจักร

โดยพื้นฐานของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิศิษฐ์ ทางด้านวิชาการแล้ว ท่านเคยเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และท่านยังเคยดำรงตำแหน่ง รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกด้วย เคร่งครัดทางธรรมะ โดยท่านเน้นสอนนักศึกษาให้ปฏิบัติจริงด้วยตนเองไปพร้อมกับการเรียนรู้ทางด้านทฤษฎี โดยท่านเน้นว่า ต้องการให้ นักศึกษาเป็นผู้รู้จริงและทำจริงๆ!!!
การตามเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ของ ผศ. ดร.พิศิษฐ์อย่างใกล้ชิดมาอย่างยาวนานถึง 46 ปีนี้เอง โดยท่านได้เล่าประสบการณ์ของท่านให้ผู้ที่ไปร่วมงานในวันนั้นได้มีโอกาสรับฟังหลายๆเรื่องด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ห้วข้อสำคัญๆ ที่ ผศ. ดร. พิศิษฐ์ นำมาเล่าอยู่ในประเด็นของศาสตร์ของพระราชา เศรษฐกิจพอเพียง ความเพียร พร้อมด้วย ความมุ่งมั่นรอบคอบ

ผศ. ดร. พิศิษฐ์ ได้ชี้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมุ่งสร้างงาน สร้างผลงาน และสร้างประโยชน์ตลอดเวลา โดยพระองค์ท่านทรงมองไปที่ประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นด้านความสุขของประชาชน ความสงบสุขของประเทศชาติ โดยพระองค์ท่านทรงพระเมตตา มีความมุ่งมั่น ต้องการที่จะเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยพระองค์เอง และทรงยึดมั่นว่า “ทำอะไรต้องรู้จริง ต้องมีความเพียรและมีความอดทน”

ตอนหนึ่ง ผศ. ดร. พิศิษฐ์ ได้เล่าว่า ในหลวงทรงรัชกาลที่ 9 มีความห่วงใยต่อความสงบเรียบร้อยภายในประเทศชาติ และเมื่อใดก็ตามที่สังคมไทยเกิดความวุ่นวาย พระองค์ท่านจะทรงหาทางแก้ไขเพื่อให้เกิดความสงบสุข

ทั้งนี้ เรื่องปรัชญาของเศษฐกิจพอเพียง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานให้แก่ประชาชน ก็เพื่อต้องการให้ทุกคนมีการพัฒนาตนเอง โดยพระองค์ท่านทรงสร้างโครงการต่างๆ กว่าสี่พันโครงการ

เนื่องจาก ผศ. ดร. พิศิษฐ์ ทำงานใกล้ชิดกับในหลวง จึงเป็นที่มาที่ทำให้ อาจารย์สนองพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลายโครงการด้วยกัน อาทิเช่น การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนอย่างต่อเนื่อง ระบบนิเวศวิทยาป่าไม้ ในโครงการศูนย์ศึกษาเพื่อการพัฒนาห้วยฮ่องใคร้

อีกทั้ง ผศ. ดร.พิศิษฐ์ ได้เล่าถึงสิ่งในหลวงทรงสั่งสอนให้ชาวไทยทุกคนเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ป่าไม้ และยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่พระองค์ท่านทรงต้องการให้ชาวชนบทปลูกข้าว เนื่องจากพระองค์ทรงเล็งเห็นว่า “ข้าวคือความมั่นคงของประเทศ” 

และถึงแม้ว่า ขณะนี้ ผศ. ดร.พิศิษฐ์ วรอุไร จะมีอายุ 82 ปีแล้วก็ตาม แต่ท่านก็ยังคงมีสุขภาพแข็งแรงและคล่องแคล่ว อีกทั้งท่านยังอุทิศตนเองเพื่อทำคุณประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นจึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีมติให้ ผศ. ดร.พิศิษฐ์ ได้รับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พืชสวน) เพื่อเป็นเกียรติแก่ ผศ. ดร. พิศิษฐ์ วรอุไร และวงศ์ตระกูล

ในงานวันนั้นหลังจากที่ ผศ. ดร.พิศิษฐ์ วรอุไร กล่าวและเล่าเรื่องราวดีๆจบลงแล้ว ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับผมสังเกตเห็นว่า มีผู้ร่วมในงานกลุ่มใหญ่ เดินกรูเข้าไปกล่าวคำทักทายคารวะต่อท่านด้วยความเคารพและชื่นชมที่ท่านมีจิตอาสาเต็มเปี่ยมได้รับใช้สังคมอันต่อเนื่องและยาวนาน

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้น การที่ผมนำสุนทรพจน์ของท่าน ผศ. ดร.พิศิษฐ์ วรอุไร มาแบ่งปันต่อท่านผู้อ่านในบทความสัปดาห์นี้ จากที่ท่านพูดในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่ห้าสิบนาทีภายในงานวันนั้น แต่ดูเหมือนดั่งว่าสิ่งที่ท่านนำมาพูดจะเป็นเพียงแค่เสี้ยวสั้นๆ ของงานที่ท่านทุ่มเททำเพื่อสนองเบื้องพระยุคลบาท ขององค์พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยท่านได้ปฎิบัติมาอย่างยาวนานกว่า 46 ปีที่ผ่านมา ก็เพื่อต้องการจะบอกเล่าให้พวกเราชาวไทยได้รับทราบ และนำมาประยุกต์ใช้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่พวกเราอาจจะนำเอามาเป็นแบบอย่างที่ต่อไปละครับ.

 

โดย  ดร. วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

Check Also

พันธมิตรเก่าข้ามโลกมาเยือนด้วยสัญญาใจ

คณะทำงานในโครงการเครื่องกรองน้ำเพื่อผู้ห่างไกลความเจริญ จะมีมหาวิทยาลัยเอกชนของประเทศไทยสักกี่สถาบัน ที่จะได้รับโอกาสในการสร้างพันธมิตรที่ดีกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกดังที่ “มหาวิทยาลัยเพอร์ดู” ณ รัฐอินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางไปให้ความร่วมมือทางด้านวิชาการกับ “มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่” โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากครอบครัวของท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ อนึ่งมหาวิทยาลัยเพอร์ดู มิได้เป็นเพียงมหาวิทยาลัยธรรมดาๆ เนื่องจากสถาบันการศึกษาชื่อดังแห่งนี้ได้ผลิตนักบินอวกาศมากที่สุดในโลก ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *