Saturday , January 19 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / มารู้จักกับนักวิทยาศาสตร์อันดับหนึ่งของโลกกันเถอะ

มารู้จักกับนักวิทยาศาสตร์อันดับหนึ่งของโลกกันเถอะ

ในพิธีประสาทปริญญาบัตรเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2018 ครั้งที่ 16 ณ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ที่ผมประจำอยู่นี้ ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษที่มีศาสตราจารย์ ดร.มาสาฮิโค อะเบะ ได้รับปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากสถาบันแห่งนี้

ดร.อะเบะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงเรืองนามของโลก โดยท่านจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำคือ Tokyo University of Science ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก

ทั้งนี้ดร.อะเบะเป็นนักวิทยาศาสตร์ติดอันดับหนึ่งในสิบของโลก ทางด้านสารลดแรงตึงผิว “surfactant” ที่ใช้ทางเครื่องสำอางและอุตสาหกรรมอื่นๆอีกมากมาย

ทางด้านสิ่งตีพิมพ์ค้นคว้าวิจัยนั้น ปรากฎว่า ดร.อะเบะมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับสากลกว่า 900 เรื่อง และมีผู้นำไปอ้างอิงกว่าหนึ่งหมื่นแห่ง จนท่านได้รับรางวัลมากมาย

ดร.อะเบะนอกจากจะเป็นนักค้นคว้าและวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของญี่ปุ่นแล้ว ท่านก็ยังเป็นนักนวัตกรรมที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องสำอาง โดยท่านมีธุรกิจของตนเองที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท และยังได้ผลิตเครื่องสำอางมาแล้วอย่างมากมายและยังได้สร้างต้นแบบของวิธีเริ่มต้นตั้งธุรกิจอีกด้วย!!!

นอกเหนือจากนั้น ท่านก็ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเครื่องสำอางชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นมากกว่ายี่สิบบริษัท

ผมมีความประทับใจกับดร.อะเบะ และคุณโทโมโกะ ภรรยาของท่าน ตั้งแต่วินาทีแรกที่มีโอกาสได้พบกับท่านเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ โดยท่านและภรรยาต่างเป็นคนเปิดเผย มีอารมณ์ขันและยังได้เอ่ยปากทักขึ้นมาทันทีว่า “ผมจำคุณได้เป็นอย่างดี” โดยเมื่อสองปีก่อนดร.อะเบะและคณะได้มาเยี่ยมเยือนคารวะ ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ ผู้ก่อตั้งและอธิการบดีแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่!!!

และจากการอ่านแววตาของท่านและภรรยา ผมสังเกตได้อย่างชัดเจนว่า ท่านทั้งสองเป็นผู้ที่มีความเมตตาต่อผู้อื่นอย่างเต็มเปี่ยม!!!

ในพิธีประสาทปริญญาญาบัตรครั้งที่ 16 ประจำปีการศึกษา 2560 นั้นผู้สำเร็จทั้งหมดกว่าแปดร้อยคน และตอนที่มีการประกอบมอบปริญญาบัตรนั้น ปรากฎว่าบรรยากาศภายในห้องประชุมนานาชาติแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่เต็มไปด้วยความเงียบสงัด โดยดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ได้บอกกับผมว่าในการประกอบพิธีเช่นนี้เป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ทุกคนต้องอยู่ในอาการสำรวม จะไม่มีการบันทึกภาพยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่ได้จัดเตรียมไว้อย่างเดียวเท่านั้น

ปีนี้ผู้ที่ได้รับมอบดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์มีสามท่านด้วยกันคือดร.อะเบะ ดร.ณรงค์ รัตนะ และ ดร.จารุวัตร เตชะวุฒิ โดยผมขอแบ่งปันเกี่ยวกับดร.อะเบะก่อนแล้วจะหาโอกาสนำเรื่องราวของอีกสองท่านมาแบ่งปันในโอกาสหน้า

และเมื่อพิธีมอบดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์และปริญญาบัตรให้แก่นักศึกษาเสร็จสิ้นลงแล้ว นักศึกษาและคณาจารย์ต่างเข้าไปบันทึกภาพเก็บความทรงจำอันน่าภาคภูมิใจเอาไว้

ส่วนพิธีจัดเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ได้จัดพิธีแสดงความยินดีให้แก่ผู้ที่ได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทั้งสามท่าน โดยมีผู้เข้าร่วมในงานอย่างเนืองแน่น โดยผู้ที่ได้รับดุษฎีฯขึ้นกล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับเกียรติดังกล่าว

สำหรับดร.อะเบะนั้น ท่านได้แบ่งปันแนวโน้มและกระบวนการของการผลิตเครื่องสำอางอีกด้วย

ส่วนพิธีในวันจันทร์ “ดร.จีรศักดิ์ มโนสร้อย” และ “ดร.อรัญญา มโนสร้อย” คู่สามีภรรยาสองนักวิชาการชั้นนำของประเทศไทย และนักวิชาการระดับสากลได้ขอเป็นเจ้าภาพทั้งนี้ก็สืบเนื่องมาจากดร.จีระเดชและดร.อรัญญา รู้จักและร่วมทำวิจัยกับดร.อะเบะมานานถึง 26 ปี!!!

ดร.จีระเดช สำเร็จการศึกษาด้านเภสัชศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และได้ศึกษาต่อระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยไฟร์บวร์ก ด้วยทุน “DAAD”ซึ่งเป็นองกรค์ที่ใหญ่ที่สุดองค์กรหนึ่งในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน

ส่วนดร.อรัญญา ภรรยาคู่ชีวิตของท่าน ก็สำเร็จการศึกษาด้านเภสัชศาสตร์บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้วยทุนรัฐบาลไทยจากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู ณ สหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ ดร.จีระเดช และ ดร.อรัญญา ขณะที่ท่านทั้งสองทำการสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ท่านได้สร้างผลงานด้วยการเสริมสร้างความรู้ให้แก่ นักศึกษาทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก มาแล้วกว่า 4000 คนโดยขณะนี้ศาสตราจารย์ทั้งสอง ได้ให้เกียรติเข้าไปประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และท่านทั้งสองยังมีบริษัทของตนเองคือ “บริษัทศูนย์วิจัยสุขภาพและความงามมาโนเซ่จำกัด” อีกด้วย

การจัดงานของสองศาสตราจารย์เพื่อเป็นเกียรติให้กับดร.อะเบะ ณ โรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด ณ จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่าได้มีอดีตลูกศิษย์ของดร.อะเบะสามสิบกว่าคนเดินทางไปร่วมงาน ที่มาจากทั่วประเทศ

โดยผมคิดอยู่ในใจว่าจะมีนักวิชาการต่างชาติสักกี่คนที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมายในประเทศไทย  ซึ่งดร.อะเบะนี่แหละที่ท่านได้สั่งสมลูกศิษย์ลูกหาในประเทศไทยไว้อย่างมากมายในหลายๆสถาบัน!!!

อนึ่งศิษย์เก่าที่ไปร่วมแสดงความยินดีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้ มีทั้งผู้บริหารระดับสูง เจ้าของกิจการระดับพันล้าน คณาจารย์ที่มาจาก มหาวิทยาลัยหัวเฉียว มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทั้งนี้อาจารย์หลายๆท่านมาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้าร่วมอีกด้วย

หลังจากที่ศาสตราจารย์ ดร.จีรศักดิ์ มโนสร้อย และศาสตราจารย์ ดร.อรัญญา มโนสร้อย กล่าวพิธีต้อนรับแล้ว ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ ได้รับเกียรติให้ขึ้นกล่าวเป็นท่านแรก

โดยตอนหนึ่งดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ได้กล่าวว่า รู้สึกชื่นชมต่อผลงานอันโดดเด่นของดร.อาเบะ นักวิชาการที่ยอดเยี่ยมระดับโลกทางด้านเทคโนโลยีเครื่องสำอาง และยังเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูงชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่วโลก

ดร.ณรงค์ยังได้กล่าวอีกว่า “ดุษฎีกิตติมศักดิ์บัณฑิตที่มอบให้กับดร.อาเบะนี้ถือว่าเป็นชาวญี่ปุ่นคนแรก และเป็นชาวต่างชาติท่านแรกที่ได้รับเกียรติ์อันสูงส่งนี้จากมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่”

อย่างไรก็ตามนอกจากนั้นแล้ว ดร.อาเบะตั้งใจจะไปร่วมทำงานค้นคว้าวิจัยกับอาจารย์และเหล่านักศึกษาด้านเครื่องสำอางเทคโนโลยี ของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่อีกด้วย เท่ากับว่าเป็นความโชคดีอย่างยิ่งของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ที่จะมีนักวิชาการผู้มีชื่อเสียงระดับโลกมาช่วยขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาวิทยาลัยระดับสากล

โดย ดร.อาเบะ ดำริที่จะช่วยเชื่อมโยงสถาบันชั้นนำและบริษัทต่างๆในประเทศญี่ปุ่นให้กับมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่อีกด้วย

และหลังจากการเลี้ยอาหารเสร็จลงแล้ว ผมได้รับเชิญให้ขึ้นกล่าว โดยผมได้ชี้ถึงความแตกต่างของมหาวิทยาลัยเอกชนในสหรัฐอเมริกา กับ มหาวิทยาลัยเอกชนของไทย

ทั้งนี้ผมได้กล่าวเน้นย้ำว่า มหาวิทยาลัยที่ติดอันดับยอดนิยมหนึ่งในยี่สิบของสหรัฐอเมริกานั้น มีมหาวิทยาลัยเอกชนถึง 18 สถาบัน โดยมหาวิทยาลัยของรัฐที่ติดอยู่ในอันดับมีเพียงสองแห่งเท่านั้น

ส่วนปัจจัยที่ทำให้มหาวิทยาลัยเอกชนของสหรัฐฯมีความเข้มแข็งตามที่ผมได้สัมผัสและศึกษามา ณ มหาวิทยาลัยเปปเปอร์ไดน์ มหาวิทยาลัยบริคัมยัง (BYU) และยูซีแอลเอ ก็สืบเนื่องมาจากพลังของบรรดาศิษย์เก่าในมหาวิทยาลัยเอกชน ที่แต่ละแห่งล้วนแล้วแต่มีความเข็มแข็ง อีกทั้งคนอเมริกันมีจิตศรัทธาพร้อมที่จะบริจาคเงินเพื่อใช้ในการพัฒนามหาวิทยาลัยเอกชนอย่างเต็มที่ โดยรัฐบาลสหรัฐฯยังมอบเงินสนับสนุนทางด้านค้นคว้าวิจัยให้แก่มหาวิทยาลัยเอกชนต่างๆอีกด้วย!!!

และผมได้ชี้ว่าขณะนี้เมื่อดร.อะเบะเข้าช่วยขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ น่าจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่สถาบันแห่งนี้ก้าวเข้าสู่ระดับสากลได้รวดเร็วยิ่งขึ้นนอกเหนือจากที่สถาบันแห่งนี้ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายๆแห่งจากทั้ง สหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นการก้าวไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง

อีกทั้งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ยังมีความโชคดีที่ศาสตราจารย์ดร.จีระเดช มโนสร้อย ศาสตราจารย์ ดร.อรัญญา มโนสร้อย ที่เคยสอนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นานกว่าสามสิบปีและเป็นที่รู้จักในวงวิชาการอย่างกว้างขวาง มาช่วยทำการเสริมทักษะมอบความรู้ให้แก่นักศึกษาของเราอีกด้วย

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าในอีกสิบปีข้างหน้ามหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จะก้าวไปสู่มหาวิทยาลัยระดับสากล โดยขณะนี้ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ กำลังเร่งก่อสร้างสวนแห่งการเรียนรู้ ที่มีทั้งต้นไม้นานาพันธุ์ สวนผักพืชพันธุ์หลากหลายชนิด และมียังทะเลสาปใหญ่ยักษ์ถึงสองแห่ง ภายในเนื้อที่กว่า 70 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ และท่านยังจะสร้างที่พักอาศัยให้กับนักวิชาการที่มีศักยภาพด้านวิชาการต่างๆจากนานาประเทศ ให้เข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์แก่ เยาวชนรุ่นใหม่ ผมขอชื่นชมในการทุ่มเทของท่านที่มุ่งมั่นทำเพื่อลูกหลานเยาวชนของไทยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยละครับ.

โดย…ดร.วิวัฒน์   เศรษฐช่วย

Check Also

ชีวิตวัยหนุ่มของมหาตมา คานธีผู้ยิ่งใหญ่

ในช่วงปีใหม่ของทุกๆ ปี “ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จะนำคณะผู้บริหารไปกราบคารวะสวัสดีปีใหม่ต่อผู้ที่มีอุปาระคุณต่อมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ที่รวมไปถึงท่านผู้ว่าจังหวัดลำพูน ผู้ว่าฯจังหวัดเชียงใหม่ นายอำเภอหางดง นายอำเภอสันป่าตอง กงสุลใหญ่จีน กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น รวมถึง ดร.ศุภวัตร ภูวกุล ปูชนียบุคคลของจังหวัดเชียงใหม่ โดยท้ายสุดเมื่อวันจันทร์นี้คณะของพวกเราก็ได้ไปสวัสดีปีใหม่แด่กงสุลอินเดียคือ กงสุลชิรีช ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *