Monday , August 10 2020
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / จากความยากจน สู่ตำแหน่งนายธนาคารยักษ์ใหญ่

จากความยากจน สู่ตำแหน่งนายธนาคารยักษ์ใหญ่

หากใครกำลังยึดอาชีพด้านบริการไม่ว่าจะด้านใดก็ตามที่รวมไปถึงตัวของผมเองด้วยนั้นโอกาสที่จะได้พบปะกับบุคคลเก่งๆในทุกๆวงการย่อมมีสูง

แปดปีก่อนครั้งที่ผมเพิ่งจะเดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่เชียงใหม่เป็นครั้งแรก วันหนึ่งผมมีโอกาสไปส่งหลานชายที่ “โรงเรียนวารีเชียงใหม่” ซึ่งถือว่าเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่

และเมื่อผมได้เห็นบรรยากาศและอาคารที่ตั้งเรียงรายอันแสนโอ่โถงสะอาดสะอ้านของโรงเรียนวารีแล้วผมรู้สึกประทับใจและนึกอยู่ในใจว่า ผู้ที่ก่อตั้งโรงเรียนวารีเชียงใหม่ช่างมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลมากเหลือเกิน!!!

โดยสัปดาห์ต่อมาผมได้ขออนุญาตนัดพบกับ “อาจารย์วารี ภัทราวณิชย์” ผู้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้ โดยครั้งนั้นผมเรียนถามอาจารย์วารีอย่างตรงไปตรงมาตามแบบฉบับของผมว่า อะไรคือเคล็ดลับในความสำเร็จของท่าน?

โดยอาจารย์วารีตอบอย่างทันควันมิได้รั้งรอว่า “คุณประพันธ์ สุจริตพานิช    นายธนาคารของธนาคารกรุงเทพ นับว่ามีพระคุณต่อโรงเรียนวารีเชียงใหม่มากทีเดียว” ซึ่งครั้งนั้นผมเพียงเอาคำตอบของท่านอาจารย์วารีเก็บไว้ในใจ

สามปีต่อมาเมื่อผมกลับมาเชียงใหม่อีกครั้งค่อนข้างบังเอิญโดยได้เข้าไปทำงานให้กับ ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ อธิการบดีและผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

ซึ่งบ่อยครั้งที่ท่านอธิการฯดร.ณรงค์ ชวสินธุ์มักจะชวนให้ผมไปร่วมในงานสังคมต่างๆอยู่เป็นประจำ

และในงานหนึ่งท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ได้แนะนำให้ผมรู้จักกับ “คุณประพันธ์ สุจริตพานิช”

เมื่อได้ยินชื่อของท่านผมนึกอยู่ในใจว่าชื่อนี้ช่างคุ้นหูยิ่งนัก ภายหลังเพิ่งนึกได้ว่า ผมเคยได้ยินมาจากท่านอาจารย์วารีนั่นเอง!!!

อย่างไรก็ตามในคืนวันนั้นเนื่องจากคุณประพันธ์และผมต่างยึดอาชีพธนาคารด้วยกันทั้งคู่ เราจึงคุยกันอย่างติดลมเรื่องความแตกต่างถึงวิธีบริหารธนาคารและการเงินในสหรัฐอเมริกาที่เป็นอาชีพของผมกับวิธีการของธนาคารในประเทศไทย ทำให้ผมยึดตัวคุณประพันธ์ไม่ยอมปล่อยโอกาสให้ท่านไปคุยกับแขกคนอื่นๆเลย

และล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2018 นี้ครั้งที่มีการฉลองปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ที่คุณประพันธุ์ได้รับจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งผมก็ได้ติดตามดร.ณรงค์ไปร่วมในงานด้วยเช่นกัน

ในคืนวันนั้นมีนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนของเมืองเชียงใหม่มากมายหลายๆท่านไปร่วมแสดงความยินดี ณ สมาคมแต้จิ๋วเชียงใหม่ ซึ่งคุณประพันธ์ เป็นแกนนำบุกเบิกให้มีอาคารใหม่เอี่ยมสวยงามเกิดขึ้น

หลังจากพิธีกรได้กล่าวถึงผลงานอันดีเด่น ซึ่งมีอย่างมากมายของคุณประพันธ์เสร็จสิ้นลงแล้ว คุณประพันธ์ก็ได้ขึ้นไปบนเวที โดยท่านยังได้ให้เกียรติ์แบ่งปันเล่าเรื่องราวชีวิตของท่านให้พวกเราได้มีโอกาสฟังกัน!!!

คุณประพันธ์เล่าว่า ท่านมาจากครอบครัวที่ยากจน ทำให้ท่านไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตในวัยเด็กเพราะท่านต้องเริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุแค่เพียง 8 ขวบ ซึ่งเป็นงานในหลากหลายอาชีพดังไม่ว่าจะเป็น เด็กขายหนังสือพิมพ์ให้กับสำนักพิมพ์พายัพ แสงอรุณ ชาวเหนือ     คนเมือง และหนังสือเทพนิทาน และยังยึดอาชีพพ่อค้าขายของเบ็ดเตล็ดที่หน้า              โรงภาพยนตร์  สนามม้า  สนามมวย ซึ่งท่านขายของขบเคี้ยวประเภทเมล็ดแตงโม(เม็ดก้วยจี๊) ขายหมากฝรั่ง ขายไอศกรีม ขายปลาหมึก และเลื่อนขั้นมาเป็นเด็กเสริฟร้านอาหาร เป็นบ๋อยโรงแรม เป็นมัคคุเทศก์ เป็นผู้จัดการโรงแรม จนกระทั่งสามารถเป็นเจ้าของร้านขายของชำเปิดขายของสัพเพเหระ!!!

เมื่อผมได้ฟังแล้วรู้สึกประทับใจในชีวิตที่ต่อสู้อย่างไม่ท้อถอยของท่านประพันธ์เป็นอย่างสูง ที่ท่านเด็ดเดี่ยวไม่หวั่นต่ออุปสรรคจนสามารถเก็บเกี่ยวประสพการณ์ได้อย่างมากมายหลากหลาย

คราวนี้หันมาดูการศึกษาของคุณประพันธ์กันบ้าง

ในระดับประถมศึกษาคุณประพันธ์เริ่มต้นเข้าเรียนที่โรงเรียนจีนชื่อซินเซิงแล้วจึงไปเรียนต่อที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

ด้วยความรักในการเรียนแต่เนื่องจากโอกาสมีค่อนข้างจำกัด คุณประพันธ์จึงเดินทางลัดโดยสอบเทียบการศึกษาในระดับมัธยมตอนปลายซึ่งผมถือว่าคุณประพันธ์มีความพยายามและอดทนสูง

คุณประพันธ์เป็นผู้รักการใฝ่รู้ ท่านจึงมิได้หยุดยั้งเรื่องการศึกษาโดยได้เข้าไปศึกษาต่อในคณะนิติศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในรุ่นปี 2502

เท่ากับว่าคุณประพันธ์มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะนำเอาสติปัญญามาประดับไว้เป็นอาวุธให้กับตัวของท่านเอง โดยท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุได้อธิบายเพิ่มเติมให้ผมทราบเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่เพิ่งผ่านมานี้ว่า“ไม่มีสิ่งใดที่จะปกป้องเราได้ดีกว่าสติปัญญา” และท่านยังได้เสริมอีกว่า “ไม่มีตัวยาใดที่จะรักษาความเป็นมนุษย์ได้ดีไปกว่าศีลและธรรม”

สำหรับชีวิตการทำงานด้านธนาคารนั้น คุณประพันธ์ได้เริ่มต้น โดยมีตำแหน่งเป็นพนักงานเดินตลาดเมื่อปี 2504

“ดร.ศุภวัตร ภูวกุล” ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นปูชนียบุคคลในจังหวัดเชียงใหม่และผมให้ความเคารพท่านสูงมาก ซึ่งดร.ศุภวัตรที่มีการเรียนกันว่า“Dr. Superman” ยังมีความสนิทสนมกับคุณประพันธ์มาแล้วอย่างยาวนานได้เล่าให้ผมฟังว่าคุณประพันธ์ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเป็นอย่างสูง คุณประพันธ์จะให้บริการลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์ โดยคุณประพันธ์จะออกไปรับเงินฝากจากมือของลูกค้าแล้วนำเงินไปฝากที่ธนาคารอย่างไม่เคยตกหล่น!!!

เนื่องจากความขยัน อดทน และ มีความบริสุทธิ์ใจในการบริการลูกค้าอย่างเต็มร้อย จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่อาชีพของคุณประพันธ์ประสบความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

ในที่สุดคุณประพันธ์ก็ได้รับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตามลำดับตั้งแต่ระดับ ผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้จัดการ ผู้อำนวยการจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อยมาจนกระทั่งท่านได้รับตำแหน่งเป็นผู้จัดการภาคเหนือ และเป็นคนแรกที่ได้รับเลื่อนเป็น เจ้าหน้าที่บริหารชั้นรองประธานอาวุโส (Senior Vice President)

และในปี พ.ศ.2529 คุณประพันธ์ได้รับการยกย่องจากนิตยสารการเงินดอกเบี้ยให้เป็นนักการธนาคารดีเด่นในภูมิภาค

และแม้ว่าขณะนี้คุณประพันธ์จะมีอายุแปดสิบปีกว่าแล้วก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกรุงเทพก็ยังคงให้ความไว้เนื้อเชื่อใจต่อคุณประพันธ์ โดยให้คุณประพันธ์รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาประจำสำนักประธานกิจการธนาคารต่างจังหวัด สำนักงานใหญ่ของธนาคารกรุงเทพ

เนื่องจากคุณประพันธ์มีต้นทุนในสังคมสูง ฉะนั้นจึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่สังคมของเมืองเชียงใหม่หลายภาคส่วนต่างให้ความไว้วางใจมอบหมายตำแหน่งต่างๆมากมายให้กับคุณประพันธ์ โดยผมขอนำมากล่าวพอสังเขป อาทิตำแหน่งในปัจจุบันซึ่งก็คือ นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งเมืองเชียงใหม่ อุปนายกคนที่ 1 สมาคมธรรมศาสตร์ภาคเหนือ กรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ปรึกษาหอการค้าไทย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ กรรมการไกล่เกลี่ยคดีประจำศาลจังหวัดเชียงใหม่ ฯลฯ

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นถึงแม้ว่าชีวิตของ“คุณประพันธ์ สุจริตพานิช” จะเริ่มต้นจากเด็กที่มาจากครอบครัวฐานะค่อนข้างกระเบียดกระเสียรก็ตาม แต่ก็มิได้เป็นอุปสรรคต่อความมุ่งมั่นที่ต้องการจะมีความก้าวหน้าในชีวิตและหน้าที่การงาน รวมไปถึงการได้รับความเชื่อถือทางสังคม ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นได้จากการที่คุณประพันธ์มีความขยันหมั่นเพียร มีจิตแห่งบริการ และมีเจตนาอันบริสุทธิ์ในการรับใช้ลูกค้า จนทำให้ท่านสามารถประสบความสำเร็จและได้กลายเป็นต้นแบบของสังคมไทยอย่างน่าชื่นชมละครับ.

โดย…ดร.วิวัฒน์   เศรษฐช่วย

Check Also

มารู้จักผู้บุกเบิกโรงเรียนนานาชาติ ชั้นนำสองสถาบันในไทย

อาจารย์พอล อัทเลย์มอบพระคัมภีร์ให้กับอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์มอบของที่ระลึกให้กับอาจารย์พอล อัทเลย์และอาจารย์แกรี่ วู้ด ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่าบนโลกใบนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งลี้ลับ ที่บางครั้งบางคราเราจะรู้สึกและสัมผัสได้ว่าอยู่รอบๆและคอยปกปักษ์รักษาช่วยเหลือเราอยู่ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวเหล่านี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่สำหรับผมเองนั้น ขอบอกว่าเชื่ออย่างเต็มร้อย ชีวิตส่วนใหญ่ของผมมักจะปฏิบัติไปตามครรลองครองธรรมที่ถูกต้อง และเมื่อใดก็ตามที่ผมเลือกจะประพฤติและปฏิบัติตามใจตัวเองหลายๆครั้งหลายๆครามักจะหลงทางพบกับความเดือดร้อน ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *