Wednesday , June 19 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / ทีมหมูป่าเพื่อนกันตลอดไป

ทีมหมูป่าเพื่อนกันตลอดไป

เมื่อเราดูข่าวการหายเข้าไปในถ้ำของเด็กๆนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ช ที่ผ่านไปแล้วเกือบสิบวัน บางท่านอาจจะคิดว่า คงหมดหวังหรือท้อแท้ใจ

แต่ในฐานะที่ ท่านผู้ว่าฯณรงศักดิ์ โอสถธนากร” รับหน้าที่

ผู้บัญชาการเหตุการณ์ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน”ร่วมกับฝ่ายปฏิบัติการทีมกู้ภัย ท่านกลับเล็งเห็นว่าทั้งหมดทั้งมวลของเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท้าทาย และท่านคิดอยู่เสมอว่า ทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นได้ อีกทั้งท่านยังมีความมุ่งมั่นจะเอาชนะอุปสรรคทุกๆอย่าง เพื่อต้องการช่วยเหลือเด็กๆออกมาจากถ้ำให้ได้!!!

บางครั้งหากเราสังเกตดูจะเห็นว่า ท่านผู้ว่าฯณรงศักดิ์ จะมีอาการเครียด แต่ในที่สุดท่านมักจะส่งรอยยิ้มออกมา เพื่อต้องการสร้างความมั่นใจให้กับพวกเรา

นี่แหละคือ คุณสมบัติของผู้นำที่ดี” จนสามารถทำให้คนไทยมอบความไว้วางใจต่อการเป็นแม่ทัพกู้ภารกิจตั้งแต่เริ่มต้น

ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2018 จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2018 ความหวังดูเศร้าสร้อยเลือนลาง เนื่องจากทุกอย่างดูเงียบงันทีมกู้ภัยยังคงไม่มีสัญญาณใดๆสื่อออกมาว่า จะพบเด็กๆ

แต่เมื่อได้รับข่าวดีในวันที่ 2 กรกฏาคม ผู้คนทั่วโลกที่มิใช่แต่เพียงชาวไทยเท่านั้น โดยทั่วทุกมุมโลกต่างตื้นตันดีอกดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่นักดำน้ำทีมที่ดีที่สุดในโลกจากประเทศอังกฤษได้แก่ ริชาร์ด วิลเลียม สแตนตัน และ จอห์น โวบันเธ็นจาก   “British Cave Rescue Council” ซึ่งเขาทั้งสองเป็นทีมแรกที่ดำน้ำไปพบเด็กๆและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต โดยมีโรเบิร์ต ฮาเพอร์เข้าไปสมทบ

และแล้วเมื่อวินาทีประวัติศาสตร์ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 เรื่อยไปจนถึงวันที่ 10 กรกฏาคม ซึ่งหน่วยซีลและทีมงานค่อยๆปฏิบัติการณ์ทยอยลำเลียงนำเอาเด็กๆทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำจนครบทั้ง 13 คน!!!

โดยคืนวันที่ 11 กรกฎาคม 2018  ที่เพิ่งผ่านมานี้ ซึ่งเป็นวันประกาศปิดภาระกิจการค้นหาเด็กๆผู้สูญหายที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ผมได้ฟังการบรรยายผลสรุปของทีมกู้ภัยหลายคนและได้แง่คิดต่างๆหลายแง่หลายมุมด้วยกัน!!!

จากการบอกเล่าของหัวหน้าผู้รับผิดชอบทีมนักประดาน้ำท่านได้เล่าว่า นักดำน้ำบางคนที่ถูกส่งเข้าไปหาข้อมูลหายตัวไปกว่ายี่สิบชั่วโมง โดยไม่ได้รับรายงานแต่อย่างใดทำให้ท่านเกิดความกังวล

รายงานที่ท่านเล่าว่า นักดำน้ำขณะที่ปฏิบัติภาระกิจอยู่ในถ้ำต่างก็ไม่ทราบวันและเวลา

และเหตุการณ์เศร้าที่ทุกคนต่างหวาดกลัวก็เกิดขึ้น เมื่อหนึ่งในหน่วยซีลไม่ได้กลับออกมาคือ จ่าเอกสมาน กุนัน”หรือที่เพื่อนๆเรียกกันว่า จ่าแซม”อายุ 38 ปี ที่หมดสติขณะที่ดำน้ำภายในถ้ำ โดยท่านยอมสละชีวิตให้กับทีมหมูป่า จนได้รับการยกย่องเป็น วีระบุรุษถ้ำหลวง”และได้รับความชื่นชมขอบคุณจากคนทั่วทุกมุมโลก และเป็นที่น่ายินดีแทนครอบครัวของท่าน ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ

ทั้งนี้เมื่อมีการถ่ายทอดสดให้พวกเราเห็นบรรดาเหล่าหมู่ป่านอนพักผ่อนกันอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาลและเห็นพวกเขาต่างส่งรอยยิ้ม ชูมือและยกมือไหว้ ซึ่งเป็นภาพที่ติดตาติดใจของทุกคนและเป็นบรรยากาศที่แสนจะชื่นมื่น ทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆท่านๆสบายใจ

และยังมีภาพของคุณหมอภาคย์และหน่วยซีลอีกสามคน ที่ทั้งหมดเข้าไปอยู่ดูแลหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตในถ้ำตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม โดยวีรบุรุษทั้งสี่คนนี้ก็ยังเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ออกจากถ้ำหลวงอีกด้วย!!!

ข่าวดีๆที่น่าประทับใจของปฏิบัติการณ์ครั้งนี้เริ่มรวบรวมออกมาให้เราเห็นจากสื่อต่างๆและจากโลกโซเชียล

โดยล่าสุดนี้ผมได้รับรายงานจากผู้อำนวยการโรงเรียนวชิราลัยคืออาจารย์คนอง ตนเล็ก ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มุ่งเน้นการสร้างนักฟุตบอลอาชีพและได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ซึ่งท่านคนองบอกว่า ท่านรู้จักกับโค้ชของทีมหมูป่าเป็นอย่างดี ท่านบอกว่าจะเชิญนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีมาประลองแข้งกัน ซึ่งผมคาดว่าคงจะสร้างความตื่นเต้นให้กับชาวเชียงใหม่ไม่น้อยทีเดียว และเมื่อวันนั้นมาถึงผมจะนำภาพน่ารักๆมารายงานให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกัน!!!

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นในฐานะที่ผมก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่เอาใจช่วยเด็กๆเหมือนกับทุกๆคนทั่วประเทศและทั่วโลก ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนอีกหนึ่งเสียงกล่าวขอบคุณทุกๆทีมงานที่มาจากทุกๆชาติ ทุกๆภาษา ทุกๆศาสนา ทุกๆอาชีพ ที่ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งระดับสูงไปจนถึงระดับใช้แรงงาน ที่ทุกๆคนต่างร่วมจับมือช่วยกันอย่างมุ่งมั่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพียงเพื่อต้องการให้เด็กๆทั้งหมดกลับบ้านสู่อ้อมกอดพ่อแม่คนที่พวกเขารัก และทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากภารกิจที่เกือบจะเป็นไปไม่ได้จนกลายเป็นภารกิจที่สำเร็จลุล่วงเป็นไปได้หรือ “Mission Possible” ที่ผมขอกล่าวด้วยความซาบซึ้งว่า “ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง” โดยเฉพาะอย่างยิ่งจ่าแซม วีรบุรุษถ้ำหลวง ซึ่งท่านจะอยู่ในใจของผมและชาวไทยอย่างไม่รู้ลืมละครับ ฮูย่า ฮูย่า ฮูย่า.

โดย ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

Check Also

พันธมิตรเก่าข้ามโลกมาเยือนด้วยสัญญาใจ

คณะทำงานในโครงการเครื่องกรองน้ำเพื่อผู้ห่างไกลความเจริญ จะมีมหาวิทยาลัยเอกชนของประเทศไทยสักกี่สถาบัน ที่จะได้รับโอกาสในการสร้างพันธมิตรที่ดีกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกดังที่ “มหาวิทยาลัยเพอร์ดู” ณ รัฐอินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางไปให้ความร่วมมือทางด้านวิชาการกับ “มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่” โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากครอบครัวของท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ อนึ่งมหาวิทยาลัยเพอร์ดู มิได้เป็นเพียงมหาวิทยาลัยธรรมดาๆ เนื่องจากสถาบันการศึกษาชื่อดังแห่งนี้ได้ผลิตนักบินอวกาศมากที่สุดในโลก ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *