Saturday , September 21 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / มหัศจรรย์พลังของมวลมนุษย์ เพื่อเด็กไทยทีมหมูป่า

มหัศจรรย์พลังของมวลมนุษย์ เพื่อเด็กไทยทีมหมูป่า

ในรอบเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา คงจะไม่มีข่าวใดที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกมากไปกว่าข่าวและภาพของเด็กเยาวชนนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายและโค้ชทั้ง 13 ชีวิตติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

ความสนใจของข่าวนี้ได้เริ่มต้นเมื่อเย็นวันที่ 23 มิถุนายนเดือนที่แล้ว เมื่อผู้ใหญ่บ้านตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายได้รับแจ้งว่า มีเด็กสิบสองคนและโค้ชสูญหายเข้าไปในถ้ำหลวง

สิ่งที่พบเห็นมีเพียงรถจักรยานที่จอดอยู่หน้าถ้ำ รองเท้าและกระเป๋าเป้ วางเกลื่อนอยู่เรียงรายที่พื้นถ้ำ

วันต่อมาหน่วยกู้ภัยได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ แต่กลับไม่พบร่องรอยอะไร!!!

ในช่วงสามวันระหว่างวันที่ 25-27 ได้เริ่มต้นการค้นหาอย่างเร่งด่วน โดยหน่วยซีลจากกองทัพเรือได้ปฏิบัติหน้าที่ค้นหาอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งหมดต้องทำงานด้วยความลำบาก เนื่องจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้จำนวนของมวลน้ำเพิ่มขึ้นสูงกว่าเดิมแถมน้ำยังขุ่นเต็มไปด้วยดินทราย

ส่วนด้านนอกก็ได้มีการสูบน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อต้องการลดจำนวนน้ำให้ออกจากถ้ำเป็นระยะๆ

และในวันที่ 28 มิถุนายนผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศได้เดินทางเข้าไปร่วมให้ความช่วยเหลือในการค้นหา ซึ่งมาจากทั่วสารทิศ ดังเช่น ทีมกู้ภัยจากสหรัฐฯกว่าสามสิบนาย  อีกทั้งในวันเดียวกันนี้ยังมีสายบุญพระเกจิอาจารย์ชื่อดังจากรัฐฉาน “พระครูบาบุญชุ่ม”ได้เดินทางไปทำพิธีเปิดทางช่วยเด็กๆทั้งสิบสามคน โดยเมื่อเสร็จจากพิธีท่านได้กล่าวว่า “อีกสองวันเด็กๆจะออกมาได้อย่างปลอดภัย”

ทำให้บรรดาผู้ปกครองและประชาชนคนไทยทั่วประเทศมีความหวังและสามารถสร้างขวัญกำลังใจให้กับทุกๆฝ่ายได้เป็นอย่างสูง!!!

โดยในวันเดียวกันนี้ก็ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการปีนเขาและดำน้ำจากประเทศจีนเดินทางลงพื้นที่มาร่วมช่วยค้นหาด้วยเช่นกัน

ในวันที่ 1 กรกฎาคมรัฐบาลออสเตรเลีย ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยหกคนเดินทางมาช่วยตามหาเด็กๆผู้สูญหาย!!!

และแล้ววันเวลาแห่งการรอคอยอย่างใจจรดใจจ่อก็มาถึง

เมื่อเวลา 22.35 น.ของวันที่ 2 กรกฎาคม นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าจังหวัดเชียงรายได้เปิดแถลงข่าวด่วนว่าได้พบ 13 ชีวิตแล้ว โดยข่าวนี้ได้กระจายไปทั่วประเทศและทั่วโลก

โดยผู้ที่สามารถเข้าไปถึงเด็กๆเป็นทีมแรกได้แก่ ทีมนักดำน้ำถ้ำจากประเทศอังกฤษสองนายอันได้แก่ นายริชาร์ด วิลเลียมสแตนตัน และนายจอห์น โวลันเธ็นจาก “British Cave Rescue Council”  ซึ่งพวกเขาดำน้ำเลยเข้าไปจากหาดพัทยาบีช 400 เมตรไปจนถึงเนินนมสาว จนพบเด็กๆและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต และได้ถ่ายวิดีโอพูดคุยกับเด็กๆและรายงานออกมาให้ทุกๆคนเกือบทั่วโลกรอคอยให้ดีใจมีความสุขหายเครียดว่า “เด็กๆทุกคนยังมีชีวิตอยู่ มีสุขภาพแข็งแรงและกำลังใจดี”

และถึงแม้ว่าเด็กๆมีขีดความสามารถด้านภาษาอังกฤษค่อนข้างจำกัด แต่น่าทึ่งเป็นอย่างยิ่งว่า “พวกเขาสามารถสื่อสารกับทีมดำน้ำของอังกฤษให้เข้าใจได้เป็นอย่างดี”

ทั้งนี้การที่เด็กๆมีชีวิตอยู่ได้หลายๆวัน ก็สืบเนื่องมาจากเด็กๆล้วนแต่เป็นนักกีฬาจึงมีร่างกายที่แข็งแรง

อีกทั้งการที่เด็กๆมีขวัญและกำลังใจที่ดีนั้น ทราบภายหลังว่า “โค้ชเอก” ผู้ช่วยโค้ชอายุ 25 ปีที่ติดถ้ำอยู่กับเด็กๆ เคยบวชเรียนมาก่อน ปลอบประโลมใจและสอนให้เด็กๆฝึกการนั่งสมาธิเพื่อไม่ให้ตื่นตระหนกและร่างกายเสียพลังงานมากเกินไป!!!

ทั้งหมดทั้งมวลแล้วรวมเวลาก่อนที่จะพบเจอเด็กๆทั้งสิบสามชีวิตเป็นเวลานานถึง  9 วัน 4 ชั่วโมงและ 38 นาที

คืนนั้นน้องบีมหลานสาวของผมได้โทรศัพท์จากกรุงเทพฯบอกให้ผมและภรรยารีบเปิดทีวี ที่เราทั้งคู่ไม่อยากดูเพราะเต็มไปด้วยความเศร้าและความเครีด โดยหลานบอกว่า “พบเด็กๆทั้ง 13 ชีวิตแล้ว” เราสองคนต่างกระโดดด้วยความดีใจรีบเปิดโทรทัศน์และดูรายงานทางโทรทัศน์ต่อไปอีกหลายชั่วโมง ที่ใจเต็มไปด้วยความดีใจแบบสุดๆ

ทั้งนี้ผมใคร่ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการรวมพลังที่เต็มไปด้วยจิตอาสาของทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ต้องการช่วยเหลือชีวิตของเด็กๆ

ผมขอชื่นชมทุกๆหน่วยงานและทีมงานจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน แคนาดา พม่าและลาวที่เสียสละเข้าไปช่วยเหลือเด็กๆอย่างไม่ย่อท้อและไม่เกรงกลัวอันตราย

อนึ่งผมมองเห็นว่าขณะนี้ไม่ว่าผมจะไป ณ ที่ใดผมได้ยินได้ฟังการพูดคุยกล่าวถึงเรื่องเหตุการณ์นี้กันทุกแห่ง เท่ากับว่าขณะนี้คนไทยทุกคนอยู่ในอาการเครียด และหากเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ที่สำนักงานทุกแห่งจะมีการหนุนใจเยียวยาจิตใจซึ่งกันและกัน โดยเมื่อวันพุธนี้เมื่อมีการประชุมคณะผู้บิหารมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ท่านอธิการบดี ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ได้ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงให้ผู้บริหารทุกคนสะท้อนความรู้สึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผมมองว่าเป็นการเยียวยาทางจิตใจกับผู้บริหารทุกคนด้วย

ส่วนกรณีที่ว่าจะทำอย่างไร ที่จะให้เด็กๆทั้ง  13 ชีวิตออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัยนั้น ขณะนี้หลายๆฝ่ายต่างร่วมกันผนึกพลังหาลู่ทางให้น้องๆออกมาเร็วเท่าสุดเท่าที่จะเร็วได้!!!

กล่าวโดยสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทำให้พวกเราทุกๆคนได้ตระหนักว่า ไม่ว่าจะต่างชาติ ต่างภาษา ไม่ว่าจะมาจากส่วนไหนบนผืนแผ่นโลกใบนี้ก็ตาม แต่หากมีเรื่องรันทดใจอะไรเกิดขึ้นมา ศีลธรรมประจำใจและความเป็นมนุษย์จะทำให้ทุกๆคนรวมตัวกันอย่างไม่มีการแบ่งเชื้อชาติ โดยขณะนี้ชีวิตของเด็กๆทั้ง 13 คนกำลังอยู่ในความห่วงใยอยู่ในดวงใจของพวกเราทุกๆคน ที่ต่างเฝ้าอธิษฐานต้องการให้พวกเขากลับออกมาสู่อ้อมกอดของผู้เป็นพ่อแม่และบุคคลที่เขารัก ให้พวกเขาได้กลับไปร่ำเรียนและเล่นกีฬาฟุตบอลที่พวกเขารัก ให้พวกเขาเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของประเทศชาติที่รักของเราต่อๆไปละครับ.

โดย ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

 

 

 

Check Also

การให้เป็นความสุขที่แท้จริง

เมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีก่อนหน้านี้ “แอนดรูว์ คาเนกี้” คือมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ทั้งนี้สมัยก่อนการที่จะเดินทางไปอ่านหนังสือตามห้องสมุดสาธารณะนั้นเป็นเรื่องไม่ง่ายและเนื่องจากคาเนกี้เป็นนักอ่านตัวยง เขาจึงมักจะไปขออาศัยอ่านหนังสือตามบ้านเพื่อน และจากการรักเรียนนั้นเอง จึงมีผลทำให้เขานำเอาความรู้ต่างๆที่ได้ร่ำเรียนมาสร้างฐานะจนได้กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก เนื่องจากคาเนกี้เล็งเห็นถึงคุณค่าของความรู้ เขาจึงบริจาคเงินเพื่อนำไปสร้างมหาวิทยาลัยและยังได้บริจาคเงินเพื่อให้นำไปสร้างหอสมุดมากกว่าสามพันแห่งอีกด้วย!!! เนื่องจากแอนดรูว์ คาเนกี้ รักที่จะเป็นผู้ให้ โดยในปี 1911 ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *