Tuesday , August 20 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / โดนัลด์ ทรัมป์ จนมุม

โดนัลด์ ทรัมป์ จนมุม

                  

สัปดาห์ที่ผ่านมานี้โจทย์ที่ถือเป็นประเด็นเผือกร้อนสุดๆแบบที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จับแล้วร้อนลวกมือพองแสบไปหมดสืบเนื่องมาจากกรณีเด็กๆ 2,300 กว่าคน ที่พ่อแม่กระเตงพาลักลอบเข้าสหรัฐฯ ถูกจับแยกให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้พ่อแม่ดูแล จนได้กลายเป็นข่าวใหญ่ตีกรอบหน้าหนึ่งอยู่แทบทุกวัน!!!

อนึ่งกรณีที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ มร.เจฟฟ์ เซสชันส์รัฐมนตรียุติธรรม และคริสต์เจน นีลเซ่น รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ  ต่างก็ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันอย่างไร้เมตตาว่า “จะต้องแยกเด็กๆออกจากอกของพ่อแม่”

ในกรณีของการจับกุมคนต่างชาติที่เข้าสหรัฐฯอย่างผิดกฎหมาย โดยสั่งให้เนรเทศและดำเนินการส่งกลับสู่ภูมิลำเนาเดิมนั้น นับว่าประธานาธิบดีทรัมป์ยืนหยัดนโยบายดังกล่าวนี้มาโดยตลอด

อย่างไรก็ตามในตอนแรกๆนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สนและไม่แคร์ต่อกระแสต่อต้าน ใครจะพูดและแสดงออกอย่างไรก็เอาหูทวนลม!!!

สำหรับกระแสต่อต้านในครั้งนี้ ไม่เพียงจะมาจากคนทั่วๆไปเท่านั้น แต่ยังมีอดีตเฟิร์ตเลดี้ของอดีตประธานาธิบดีถึงสี่คน อันได้แก่ “มิเชล โอบามา,ฮิลลารี คลินตัน, ลอรา บุช, และ โรซาลิน คาร์เตอร์” อดรนทนไม่ไหวออกโรงมาร่วมต่อต้านและประณามการกระทำของทรัมป์อีกด้วย

ทั้งนี้ประธานาธิบดีบารัก โอบามา และ รองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็ได้ออกมากล่าวโจมตีด้วยเช่นกันว่า “มาตรการของทรัมป์เป็นสิ่งที่ช่างแสนจะโหดร้ายสุดๆ”

กระแสการต่อต้านยังมีต่อเนื่องลุกลามไปยังวุฒิสมาชิกของพรรครีพับลิกันหลายๆคนและยังมีการรวมพลังของนักการเมืองของพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส ที่พวกเขาได้ออกมาต่อต้านอย่างแข็งขันเช่นกัน

อย่างไรก็ตามหากจะวิเคราะห์กันตามหน้าเสื่อแล้วนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์จำต้องคำนึงถึงการเลือกตั้งกลางสมัยในวันที่ 8 พฤศจิกายนที่จะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนนี้ด้วย เนื่องจากขณะนี้คะแนนนิยมของพรรคเดโมแครตกลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

อีกทั้งวุฒิสมาชิกชัค ชูเมอร์ ผู้นำของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาได้ออกมาขู่ว่า “หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งและเข้าคุมที่นั่งในสภาคองเกรส พรรคเดโมแครตจะเริ่มขับเคลื่อนปลดทรัมป์ให้กระเด็นออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน”

และเป็นที่น่าสังเกตอีกว่า ขณะนี้คะแนนนิยมของทรัมป์ค่อยๆตกต่ำลดลงตามลำดับ

อีกทั้งความชื่นชมของคนอเมริกันที่มีต่อทรัมป์ในเรื่องความสำเร็จที่สามารถพลิกประวัติศาสตร์เข้าไปพบปะประสานไมตรีกับประธานาธิบดีคิม จองอึน กลับลดหดหายลงไป

ความหวังของทรัมป์ที่นอนฝันหวานต้องการจะคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพมาครอบครอง ดูเหมือนจะมืดมนลงไปเรื่อยๆ

เสียงร้องครวญครางน่าเวทนาของเด็กๆในวีดีโอที่ผ่านออกมาจากโลกโซเชียล นับว่ามีอิทธิพลต่อผู้ที่ได้ยินได้ฟังเป็นอย่างสูง ยิ่งนานเท่าใดก็ยิ่งจะเพิ่มกระแสต่อต้านให้มีมากขึ้นตามลำดับ!!!

เมื่อถูกกระแสต่อต้านจากทุกๆฝ่ายรอบทิศรุมเร้าอย่างหนักเป็นประจำแทบทุกวัน ทรัมป์กลับลำเปลี่ยนท่าทีเสียใหม่ โดยยอมเซ็นต์คำสั่งพิเศษ(Executive Order)เมื่อวันพุธนี้ระบุว่า “ให้เด็กเข้าไปอยู่รวมกับพ่อแม่ได้”

แต่ในความเป็นจริงแล้วขณะนี้เด็กๆทั้งหมดก็ยังมิได้เข้าไปอยู่ในอ้อมอกของพ่อแม่แต่อย่างใด เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีสถานที่เพียงพอ คำพูดของทรัมป์เปรียบเสมือน แก้ผ้าเอาหน้ารอดเพียงเท่านั้น

กระนั้นก็ตามทรัมป์ยังคงยืนกรานที่จะดำเนินคดีกับพ่อแม่ของเด็กๆเหล่านั้นเหมือนดั่งเจตนาเดิม!!!

ข้ออ้างที่ทรัมป์หยิบยกขึ้นมาอธิบายในเรื่องการแยกลูกออกจากอ้อมอกของพ่อแม่นั้นเขาอ้างว่า “เพื่อทำโทษพ่อแม่ของเด็กๆที่พาลูกๆเข้าสหรัฐฯมาอย่างผิดกฎหมาย”

หากจะมองในแง่กฎหมายแล้ว ทรัมป์อาจจะไม่มีสิทธิ์กักตัวของพวกเด็กๆเอาไว้ได้เกินยี่สิบวัน

ยังเป็นที่น่าสังเกตอีกด้วยเช่นกันว่าทั้งรัฐมนตรียุติธรรมและรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกายอมโอนอ่อนไปตามท่าทีของทรัมป์ก็เพื่อต้องการจะเอาใจ เพราะนักการเมืองทั้งสองต่างก็โดนทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์บริภาษด่าทออยู่ตลอดเวลา

และมีผลทำให้ คริสต์เจน นีลเซ่น รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกาพยายามจะออกตัวโยนปัญหานี้ไปให้สภาคองเกรสเป็นฝ่ายแก้ แต่ต้องหน้าหงายได้รับคำตอบอย่างไปไม่เป็นว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถแก้ปัญหานี้ได้”

ส่วนการปฏิรูปด้านอิมมิเกรชั่นนั้นทางสภาคองเกรสได้ร่างกฎหมายเอาไว้หลายฉบับด้วยกัน อีกทั้งนักการเมืองของค่ายพรรคเดโมแครตยินดีที่จะสนันสนุนงบประมาณสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างสหรัฐอเมริกากับแม็กซิโกตามที่ทรัมป์ต้องการโดยพรรคเดโมแครตมีเงื่อนไขเป็นข้อแลกเปลี่ยนว่า “ทรัมป์จะต้องให้โอกาสกับเยาวชนกลุ่มดรีมเมอร์”

เรามักจะเห็นพฤติกรรมแปลกๆแถมด้วยอารมณ์แกว่งๆของประธานาธิบดีทรัมป์อยู่เสมอๆ อาจจะเป็นเพราะเขาต้องการทำตัวเป็นฮีโร่ให้คนอเมริกันมองว่าเขาคือผู้นำที่มีความเด็ดขาด

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นหากเกมการเมืองครั้งนี้เปรียบเป็นมวย ถือว่าสังเวียนนี้ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นฝ่ายแพ้โดนหมัดแย็บล้มไม่เป็นท่า จนมีแผลเป็นติดหน้าฟ้องการกระทำของเขาละครับ.

โดย ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

 

 

Check Also

เยาวชนเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงของเมืองลุงแซม มาช่วยพัฒนาเพื่อเด็กกำพร้าของไทย

“เอมี แอนโธเนลลี” ผู้อยู่เบื้องหลังเหล่าเยาวชนผู้มีจิตอาสา ในช่วงสองเดือนกว่าๆที่ผ่านมานี้ ผมได้มีโอกาสพบปะกับเยาวชนราวๆหนึ่งร้อยคนอายุระหว่าง 16 – 19 ปีใน “โครงการสร้างบ้านเด็กกำพร้าบ้านบุญทอง” ซึ่งตั้งอยู่ ณ ตำบลห้วยทราย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *