Tuesday , November 19 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / วิญญาณของการเป็นอาจารย์ระดับประเทศ

วิญญาณของการเป็นอาจารย์ระดับประเทศ

ในแต่ละสัปดาห์ผมมักจะมีโอกาสไปพบปะกับบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพ โดยเมื่อวันอังคารที่ 20 มีนาคมนี้ วงโคจรของผมได้หมุนไปพบกับนักวิชาการระดับหัวกะทิของประเทศไทยท่านหนึ่ง!!!

ท่านผู้นี้ก็คือ “รองศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นธการกิจกุล”จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่นับว่าท่านเป็นนักวิชาการต้นแบบอันดีงามอีกท่านหนึ่งของสังคมไทยเลยทีเดียว

ทั้งนี้เมื่อวันพฤหัสที่แล้วผมพลาดโอกาสได้ฟังการบรรยายพิเศษของ ดร.สุรพล นธการกิจกุล ในฐานะนายกสมาคมนักเคมีเครื่องสำอางแห่งประเทศไทย ณ สโมสรโรตารีเชียงใหม่ในหัวข้อ “แนวโน้มเกี่ยวกับสุขภาพและความสวยความงามในปี 2018 (Trends of Health and Beauty in 2018)”

ถึงแม้ว่าผมจะพลาดโอกาสฟังการบรรยายของท่านก็ตาม แต่ดร.ศุภวัตร ภูวกุล ปูชนียบุคคลที่เคารพนับถือของชาวล้านนา และท่านยังเป็นสมาชิกสโมสรโรตารีเชียงใหม่ติดต่อกันมาถึง 56 ปี โดยท่านไม่เคยขาดการประชุมเลย หากท่านผู้อ่านยังพอจำกันได้ท่านก็คือ “ซุปเปอร์แมนแห่งโรตารี”นั่นเอง ซึ่งท่านดร.ศุภวัตรมีความเมตตาติดต่อให้ผมได้มีโอกาสพบปะกับดร.สุรพล

อนึ่งเมื่อได้ร่วมพูดคุยกับดร.สุรพลผมรู้สึกประทับใจในชีวิตการต่อสู้ของท่านตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก เรื่อยมาจนถึงชีวิตการศึกษาและหน้าที่การงานทั้งในอดีตและปัจจุบัน และหากนำประวัติของท่านมาเขียนเป็นหนังสือแล้วละก็ คงจะเป็นหนังสือเล่มหนาหลายร้อยหน้าเลยทีเดียว

ฉะนั้นในบทความนี้ผมจะขอหยิบยกเรื่องราวชีวิตของท่านมาเพียงบางประเด็น

ครอบครัวของท่านทำธุรกิจขายของชำอยู่ที่หน้าตลาดชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งที่นั่นถือเป็นแหล่งบ่มเพาะการเรียนรู้ด้านการให้บริการลูกค้า โดยดร.สุรพลเล่าให้ผมฟังว่า ต้องมีความอดทนสูงอีกทั้งท่านยึดปณิธานตามบิดามารดาของท่านที่ว่า “ลูกค้าต้องมาก่อน”บริการลูกค้าตั้งแต่ท่านเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่สี่ นับว่าเป็นโอกาสที่ท่านได้พัฒนาศักยภาพด้านมนุษย์สัมพันธ์กับลูกค้าไปในตัวอีกด้วย

นอกจากนั้นแล้วยังมีเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ ขณะที่หนุ่มสุรพลกำลังเรียนอยู่ในระดับมัธยม ท่านก็สามารถหาเงินเป็นค่าใช้จ่ายแบ่งเบาภาระให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้แล้ว โดยท่านรับติววิชาต่างๆให้กับเด็กๆนักเรียนที่อาศัยอยู่ในห้องแถวติดตลาดชุมแสง แต่ด้วยความใจดีและชอบเป็นหัวโจกของเด็กๆในตลาด บ่อยครั้งที่ท่านนำเงินซึ่งได้จากการสอนทั้งหมดมาซื้อขนมเลี้ยงเด็กๆอย่างไม่รู้สึกเสียดาย

เมื่อหนุ่มสุรพลจบการศึกษาในระดับมัธยมต้น ณ โรงเรียนสหวิทยานุสรณ์ ในจังหวัดนครสวรรค์ด้วยคะแนน 90.60 ซึ่งเป็นที่หนึ่งของโรงเรียนแล้ว คงจะไม่เป็นการยากที่เขาจะสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพญาไท

ดร.สุรพลเล่าให้ผมฟังว่าขณะที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนเตรียมอุดม ท่านเป็นนักเรียนที่มาจากบ้านนอกต้องเข้ามาแข่งขันกับเด็กระดับหัวกะทิทั่วประเทศ แต่ท่านก็ไม่ย่อท้อด้วยความมานะอุตสาหะ ทำให้ท่านยังคงรักษาคุณภาพการเรียนอยู่ในระดับที่ดีมาก จนสามารถเป็นนักเรียนเรียนดีติดบอร์ดระดับประเทศ!!!

และขณะเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ท่านก็สามารถหาเงินเลี้ยงตัวเอง ด้วยการบริการติวหนังสือให้แก่ผู้ที่ต้องการ จนไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินจากพ่อแม่เลยทีเดียว

การที่ท่านเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดียอดเยี่ยม จึงไม่เป็นการยากอีกเช่นกัน ที่ท่านจะสอบติดในคณะเภสัชศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เมื่อท่านจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาเภสัชศาสตร์เมื่อปี 1980 แล้ว ท่านก็ได้เข้าทำงานเป็นเภสัชกรจนได้ดำรงตำแหน่งผู้ชำนาญพิเศษด้านเภสัชกรรมคลินิก โรงพยาบาลพะเยา

ด้วยการรักความก้าวหน้าหนุ่มสุรพล ก็มิได้หยุดด้านการศึกษาไว้เพียงแค่นั้น  โดยท่านได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และยังไปทำงานตอนหลังเลิกเรียนที่แผนกห้องยาโรงพยาบาลพญาไทอีกด้วย

ทั้งนี้ความฝันของหนุ่มสุรพลก็มิได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น โดยท่านสามารถสอบชิงทุนของรัฐบาลออสเตรีย เดินทางไปศึกษาระดับปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยอินน์สบรูก ประเทศออสเตรีย ด้านสาขาเทคโนโลยีชีวภาพเกี่ยวกับการค้นหาพันธุกรรมมนุษย์  (Human Genome Project)

และนับตั้งแต่ปี 1995 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 23 ปี ที่ดร.สุรพลทุ่มเทให้กับการเป็นอาจารย์สอนลูกศิษย์ที่มหาวิทยาเชียงใหม่ และท่านยังได้รับตำแหน่งทางด้านวิชาการอย่างต่อเนื่องโดยท่านดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์เมื่อปี 2000 อยู่เพียงหกปี ดร.สุรพลก็ได้รับตำแหน่งเป็นรองศาสตราจารย์

นอกเหนือจากนั้นดร.สุรพลยังรับผิดชอบทางด้านบริหารให้แก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกด้วย ดังเช่น ท่านดำรงตำแหน่งเป็น ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการคณะเภสัชศาสตร์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และยังเป็นกรรมการสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกด้วย

ถึงแม้ว่าดร.สุรพลจะต้องรับผิดชอบหน้าที่การงานอย่างเต็มเวลาแล้วก็ตาม แต่สำหรับดร.สุรพลแล้วไม่มีคำว่า “หยุดนิ่ง” เพราะในวันเสาร์และวันอาทิตย์ท่านได้แบ่งปันความรู้ที่มีอยู่ โดยเดินทางไปสอนวิชาด้านเครื่องสำอาง ให้แก่ลูกศิษย์ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงอีกด้วย โดยท่านสอนหลักสูตร ปริญญาโท ที่กรุงเทพมหานคร ติดต่อกันมาแล้วถึง 14 รุ่น และปริญญาตรี ในช่วงเริ่มต้นที่จังหวัดเชียงราย

การเดินทางไปสอนยังมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงไปกลับกว่าหกชั่วโมงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย แต่ด้วยความรักในการเป็นครูผู้ให้ ดร.สุรพลไม่เคยย่อท้อตั้งหน้าตั้งตาให้แสงสว่างด้านความรู้ โดยท่านเน้นถึงผลประโยชน์ของลูกศิษย์ลูกหาเป็นหลักอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย !!!

โดยดร.สุรพลเล่าให้ผมฟังว่า มีลูกศิษย์ทั้งหมดที่จบไปจากแม่ฟ้าหลวงแล้วถึง 400 คน และมีผู้ที่ออกไปประกอบธุรกิจส่วนตัวประมาณ 10%  ซึ่งท่านกล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ท่านมีความสุขที่สุดก็คือ เห็นลูกศิษย์สามารถมีธุรกิจเป็นของตนเอง ซึ่งบางคนเขยิบฐานะในระดับเศรษฐีร้อยล้านเลยทีเดียว

นอกเหนือจากนั้นแล้วดร.สุรพล ยังให้คำปรึกษาต่อศิษย์ที่ต้องการความช่วยเหลือในด้านการจัดตั้งธุรกิจและโรงงานเครื่องสำอางอีกด้วย นับว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่างอาจารย์กับศิษย์ของท่านยังคงความต่อเนื่องไม่หายขาดไปไหนตราบเท่าทุกวันนี้

เมื่อหันกลับมาดูผลงานทางด้านวิชาการแล้วนั้น ปรากฏว่าดร.สุรพลมีผลงานตีพิมพ์มากมายหลายหลาก ในช่วงปีนี้ท่านทำโครงการ “การพัฒนานวัตกรรมสมุนไพรสำหรับเครื่องสำอางภาคเหนือ” เพื่อเพิ่มศักยภาพและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการเครื่องสำอางสมุนไพรในจังหวัดภาคเหนือตอนบน

เมื่อดร.สุรพลพูดถึงเรื่องนี้ผมรู้สึกได้ถึงความภาคภูมิใจที่ท่านบอกกับผมว่า ประเทศไทยของเรามีสมุนไพรมากทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ต่างชาติเข้ามาฉกฉวยตักตวงเอาความยอดเยี่ยมของสมุนไพรไทยไปอย่างหน้าตาเฉย!!!

อีกทั้งดร.สุรพลยังมีผลงานด้านการวิจัยและบทความทางด้านวิชาการมากมายที่ตีพิมพ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่เนื่องจากเนื้อที่มีค่อนข้างจำกัด ผมจึงไม่สามารถนำมาแบ่งปันในบทความนี้ได้

และเนื่องจาก ท่านดร.ศุภวัตร ภูวกุล เป็นบุคคลที่ผมให้ความนับถือและท่านเมตตาให้ความสนิทสนมต่อผมเป็นอย่างมาก โดยท่านดร.ศุภวัตรทำงานที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เกือบสามสิบปีและได้ใกล้ชิดกับดร.สุรพลเป็นอย่างดี โดยท่านดร.ศุภวัตรได้บอกให้ผมฟังว่า “ดร.สุรพลเป็นคนพูดจริง ทำจริง รักเพื่อนฝูง และเหนือสิ่งอื่นใดดร.สุรพลผู้นี้มือสะอาด”

ท่านดร.ศุภวัตรยังได้เล่าให้ผมฟังอีกว่า หากพูดถึงด้านการแบ่งปันแล้ว ดร.สุรพลทุ่มเทวิชาความรู้ให้แก่ลูกศิษย์อย่างหมดไส้หมดพุงไม่มีกั๊กเอาไว้เลยทีเดียว

อีกทั้งดร.สุรพลยังมีจิตอาสาทุ่มเทงานด้านอาสาสมัครในโครงการของในหลวง โดยท่านเรียนรู้ถึงหลักการพึ่งพาตัวเองของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างจงรักภักดี

โดยดร.สุรพลเล่าให้ผมฟังว่า “ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเน้นหลักที่ว่า เมื่อจะลงมือทำสิ่งใดก็ตาม ต้องทำความเข้าใจต่อสิ่งนั้นให้ดีเสียก่อน แล้วจึงค่อยลงมือทำอย่างจริงจัง”

และถึงแม้ว่าดร.สุรพลจะมีงานล้นมือก็ตาม แต่ท่านได้ให้ความสำคัญกับชีวิตครอบครัวอย่างสมบรูณ์ไม่ขาดตกบกพร่อง โดยท่านยึดหลักที่ว่า “ต้องสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัวให้คล้องจองกัน”

อนึ่งผมเพิ่งทราบเมื่อวันอังคารนี้เองว่าดร.สุรพลยังเป็นอาจารย์พิเศษอยู่ที่มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ตั้งแต่รุ่นที่ 1 ที่ผมประจำอยู่อีกด้วย

ทั้งนี้ผมใคร่ขอประชาสัมพันธ์สักนิดว่า ดร.สุรชัย สานติสุขรัตน์ รักษาการคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ซึ่งท่านจบปริญญาเอกด้านวิศวกรรมอุตสาหการ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และขณะนี้กำลังเป็นหัวเรือใหญ่ในสาขาเทคโนโลยีเครื่องสำอางอย่างเต็มที่ โดยมีคณะอาจารย์ผู้ทรงคุณวุติอีกมากมายนอกเหนือจาก “รองศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นธการกิจกุล” ปริญญาเอกจากประเทศออสเตรียแล้ว ก็ยังมี “ศาตราจารย์เกียรติคุณ ดร.จีรเดช มโนสร้อย” ปริญญาเอกจากประเทศเยอรมนีทางด้านเภสัชกรรมศาสตร์และ “ศาตราจารย์เกียรติคุณ ดร.อรัญญา มโนสร้อย” ปริญญาเอกทางด้านเภสัชกรรมจากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกและยังมี “ดร.บังอร เกียรติธนากร” รองประธานธุรกิจเครื่องหอมไทย-จีน ซึ่งเป็นบริษัทด้านผลิตเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยขณะนี้

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นผมรู้สึกทึ่งในความเก่งหลายๆด้านที่มารวมอยู่ในบุคคลคนเดียวเยี่ยง “ดร.สุรพล นธการกิจกุล” และผมต้องขอชื่นชมที่ท่านเป็นนักวิชาการที่ยอดเยี่ยม เป็นนักจิตอาสา และเหนือสิ่งอื่นใดท่านตระหนักถึงการมอบความรู้ให้แก่เยาวชนรุ่นหลังเป็นอันดับหนึ่ง ที่ท่านสวมวิญญาณของความเป็นอาจารย์ที่รักลูกศิษย์อย่างเต็มร้อยอีกด้วยละครับ.

โดย ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

ถวายงานวิจัยเรื่อง “ข้าวไทยลดคอเลสเตอรอล”แด่สมเด็จพระเทพรัตน์ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ มหาวิทยาลัยอินน์สบรูก ประเทศออสเตรีย

Check Also

วันประเดิมการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

บรรยากาศในการไต่สวนถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ ขบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอน “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”ออกจากตำแหน่งได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยมีการออกอากาศถ่ายทอดสดไปทั่วโลก เมื่อวันพุธที่ 13 พฤศจิกายนนี้ และถือเป็นเรื่องดราม่าที่เข้มข้นดุเดือดตั้งแต่วินาทีแรกเลยทีเดียว การไต่สวนวันแรกนำโดยประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรอง “ส.ส.อดัม ชิฟฟ์”  ซึ่งเขามุ่งเน้นชูประเด็นที่ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ใช้อำนาจในทางที่ผิด (Abuse of ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *