Tuesday , November 19 2019
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / โดนัลด์ ทรัมป์ จะได้ไปต่อสมัยที่สองหรือไม่?

โดนัลด์ ทรัมป์ จะได้ไปต่อสมัยที่สองหรือไม่?

ข่าวด่วน: อัยการพิเศษโรเบิร์ต มูลเลอร์สั่งการให้ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งมอบเอกสารธุรกรรมด้านธุรกิจทุกชิ้น

ขณะนี้ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังอยู่ในภาวะที่ล่อแหลมกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องเผชิญกับศึกหลายๆด่าน ที่ยังไม่มีใครคาดคะเนได้อย่างแน่ชัดเลยว่า เขาสามารถจะไปต่อในสมัยที่สองได้หรือไม่?

การเลือกตั้งเขตที่ 18 ในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเขตนี้ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถเอาชนะฮิลลารี คลินตันมาแล้วเมื่อการเลือกตั้งปีก่อนถึง 20%

แต่กลับปรากฏว่าผลของการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันอังคารที่เพิ่งผ่านมา นักการเมืองของพรรคเดโมแครตกลับได้รับชัยชนะ

และถึงแม้ว่าจะมีคะแนนอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่เสร็จกำลังนับกันอยู่ก็ตาม แต่ก็เป็นที่คาดกันว่า โอกาสที่นักการเมืองของพรรครีพับลิกันจะได้รับชัยชนะอาจจะยากลำบากทีเดียว

การแข่งขันในครั้งนี้แม้ว่าพรรครีพับลิกันจะทุ่มเม็ดเงินไปถึง 14 ล้านเหรียญ เพื่อหวังจะกำชัยอย่างเต็มที่ แต่กลับต้องรับประทานแห้วไม่ได้ผลตามที่หวังแต่อย่างใด!!!

สำหรับประธานสภาคองเกรส พอล ไรอัน เพียงแต่ออกมาแถลงด้วยเสียงเนือยๆว่า “พรรครีพับลิกันต้องตื่นจากหลับฝันหวานได้แล้ว”

และเป็นที่สนใจอีกว่า ขณะนี้มีนักการเมืองในพรรครีพับลิกันหลายๆคนกำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆ เพื่อหวังจะเข้าท้าชิงกับประธานาธิบดีทรัมป์ในการแข่งขันเลือกตั้งปี 2020 หรืออีกสองปีกว่าๆที่กำลังจะมาถึง

ในเมื่อนักการเมืองของพรรครีพับลิกันประสบกับความพ่ายแพ้ติดต่อกันถึงสามรัฐ เปรียบเสมือนดั่งว่าขณะนี้สัญญาณอันตรายกำลังดังแจ้งเตือนพรรครีพับลิกันแล้วว่า “การเลือกตั้งกลางสมัยในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ควรจะต้องระมัดระวังเอาไว้ให้จงดี”

ทั้งนี้การเลือกตั้งกลางสมัยในวันดังกล่าวสมาชิกสภาผู้แทนทั้ง 435 คนจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่หมด

ส่วนวุฒิสภานั้น จะมีการเลือกตั้งเพียง 33 ที่นั่ง

เมื่อดูจากแนวโน้มหลายๆอย่างรวมกันแล้ว โอกาสที่พรรคเดโมแครตจะกลับเข้าไปคุมเสียงข้างมากในสภาคองเกรสมีค่อนข้างสูง

หากย้อนกลับไปดูในอดีตตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ปรากฏว่าส่วนใหญ่พรรคการเมืองที่มีประธานาธิบดีกำลังดำรงอยู่ในตำแหน่ง มักจะเสียที่นั่งในสภาผู้แทน โดยเฉลี่ยแล้วอย่างน้อย 26 ที่นั่ง!!!

ดังนั้นหากพรรคเดโมแครตได้รับเลือกเพิ่มขึ้นอีกแค่ 24 ที่นั่ง พรรคเดโมแครตก็สามารถจะเข้าไปคุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

สำหรับในวุฒิสภานั้นขณะนี้พรรครีพับลิกันมีเสียงข้างมาก 51 ต่อ 49 ที่นั่ง ดังนั้นพรรคเดโมแครตต้องการเพียงแค่อีกสองที่นั่งก็จะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาอีกด้วย

และหากเป็นเช่นนั้นโอกาสของประธานาธิบดีทรัมป์จะบริหารประเทศตามอำเภอใจเหมือนดั่งที่ผ่านๆมา ก็คงจะยากส์ลำบากมิใช่น้อย เพราะค่ายพรรคเดโมแครตคงจะมิให้ความร่วมมือในการผ่านกฎหมายต่างๆเหมือนดังที่ใจของประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการอย่างแน่นอน!!!

แต่อย่างไรก็ตามนักการเมืองของพรรครีพับลิกันที่ขณะนี้กำลังซุ่มเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆได้แก่จอห์น คาซิก ผู้ว่าฯรัฐโอไอโอ และวุฒิสมาชิกเจฟฟ์ เฟลค จากรัฐอริโซน่า

และอย่าลืมว่ามิตต์ รอมนีย์ ก็จะลงแข่งขันในตำแหน่งวุฒิสมาชิกในรัฐยูทาห์ด้วยเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอนและอาจจะกลายเป็นผู้ท้าชิงทรัมป์ก็ได้ เพราะนักการเมืองทั้งสองนี้เคยซดเกาเหลาไม่กินเส้นต่อกันมาแล้วก่อนหน้านี้!!!

โดยครั้งที่ทรัมป์กำลังเฟ้นหาผู้ที่จะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศนั้น แรกๆสื่อต่างๆพากันนั่งเทียนประโคมข่าวคาดการณ์กันอย่างเอิกเกริกว่า “ทรัมป์คงจะเลือกมิตต์ รอมนีย์เข้ารับตำแหน่งอย่างแน่นอน อีกทั้งรอมนีย์เองก็ฝันหวานวาดวิมานกลางอากาศเอาไว้อย่างสวยหรู แต่แล้ววิมานต้องพังทลาย เพราะทรัมป์กลับหลังหันคว้าเอา เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน เข้ามาแทนที่” แต่ขณะนี้นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ก็เพิ่งกระเด็นออกจากตำแหน่ง เนื่องจากโดนทรัมป์สั่งปลดกลางอากาศไปแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่เพิ่งผ่านมานี้เอง

และเป็นที่น่าสนใจอีกว่าคะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ขณะนี้มีอยู่แค่เพียง 38% นับว่าน้อยมากสำหรับการที่จะวิ่งแข่งขันตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง

อย่างไรก็ตามหากมองย้อนกลับไปในอดีต ประธานาธิบดีคนใดก็ตามที่ถูกท้าทายจากนักการเมืองพรรคเดียวกันในการแข่งขันประธานาธิบดีสมัยที่สอง ส่วนใหญ่ต่างพบกับความผิดหวังล้มเหลวแทบทุกคน!!!

ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดที่สุดก็คือในปี 1980 ประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ โดยครั้งนั้นมีวุฒิสมาชิกเท็ด เคนเนดี้ ลงแข่งขันท้าทายจนเป็นเหตุทำให้พรรคเดโมแครตเกิดแตกแยก

และอีกกรณีหนึ่งในปี 1992 ซึ่งมี มร.แพท บุคคะแนน เข้าท้าชิงต่อประธานาธิบดีจอร์จ เอ็ช.ดับเบิ้ลยู.บุชผู้พ่อ ทำให้พรรครีพับลิกันเกิดแตกแยกทำนองเดียวกันกับที่เกิดขึ้นในสมัยประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์!!!

อนึ่งขณะนี้อัยการพิเศษโรเบิร์ต มูลเลอร์ กำลังตั้งหน้าตั้งตาหาข้อมูลสอบสวนสืบสวนอย่างขมักเขม้นว่า ทรัมป์และทีมงานของเขามีส่วนเข้าไปยุ่มย่ามเกี่ยวข้องกับรัสเซียในการเลือกตั้งครั้งที่เพิ่งผ่านมานี้หรือไม่ที่เอื้ออำนวยให้ทรัมป์ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี?

อย่างไรก็ตามข่าวล่าสุดก่อนปิดเล่มของหนังสือพิมพ์สยามมีเดียวันนี้ซึ่งเป็นรายงานข่าวด่วนได้เปิดเผยว่าในฐานะที่อัยการพิเศษ โรเบิร์ต มูลเลอร์มีอำนาจไร้ขอบเขตทางด้านกฎหมายได้ออกคำสั่งให้องค์กรและเครือข่ายของประธานาธิบดีทรัมป์มอบเอกสารทางด้านธุรกรรมทุกๆชิ้นทางด้านธุรกิจเกี่ยวกับรัสเซีย

โดยขณะนี้การสืบสวนสอบสวนในเรื่องดังกล่าวกำลังบายปลายโดยอัยการพิเศษมูลเลอร์ได้ใช้กฎหมายซึ่งถือว่าเป็นกฎเหล็กรุกเข้าใกล้ตัวประธานาธิบดีทรัมป์ทุกๆที

เท่ากับว่ามาตรการใหม่ในเชิงรุกหนักนี้คงจะยิ่งทำให้อนาคตการเมืองของประธานาธิบดีทรัมป์สั่นสะเทือนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กล่าวโดยสรุปการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกมาสนับสนุนนักการเมืองของพรรครีพับลิกันคนแล้วคนแล้วคนนับตั้งแต่เขาเข้าสู่ทำเนียบขาวแต่ต้องพบกับความพ่ายแพ้มาตลอด แถมยังมีนักการเมืองในพรรคเดียวกันกำลังเข้ามาขับเคลื่อนต้องการช่วงชิงตำแหน่ง วางตัวเป็นหอกข้างแคร่เท่ากับว่าขณะนี้ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังเผชิญกับศึกหลายๆด้าน ที่ยังไม่รู้เลยว่าเขาจะสามารไปได้ตลอดรอดถึงฝั่งจนสามารถก้าวต่อไปสู่ดวงดาวยังสมัยที่สองได้หรือไม่ ซึ่งจะต้องเฝ้าติดตามดูกันต่อไปละครับ.

โดย ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

 

 

 

 

 

Check Also

วันประเดิมการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

บรรยากาศในการไต่สวนถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ ขบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอน “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”ออกจากตำแหน่งได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยมีการออกอากาศถ่ายทอดสดไปทั่วโลก เมื่อวันพุธที่ 13 พฤศจิกายนนี้ และถือเป็นเรื่องดราม่าที่เข้มข้นดุเดือดตั้งแต่วินาทีแรกเลยทีเดียว การไต่สวนวันแรกนำโดยประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรอง “ส.ส.อดัม ชิฟฟ์”  ซึ่งเขามุ่งเน้นชูประเด็นที่ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ใช้อำนาจในทางที่ผิด (Abuse of ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *