Monday , July 13 2020
Home / บทความ / บ้านเขา บ้านเรา / มิตต์ รอมนีย์สู่สังเวียนทำเนียบขาวภาคสาม

มิตต์ รอมนีย์สู่สังเวียนทำเนียบขาวภาคสาม

มิตต์ รอมนีย์สู่สังเวียนทำเนียบขาวภาคสาม
โดย ดร. วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

ใครเลยจะคิดว่ามิตต์ รอมนีย์ จะกล้าฟื้นคืนชีพกลับสู่เวทีการเมืองระดับประเทศอีกครั้ง หลังจากที่เคยพ่ายแพ้ต่อประธานาธิบดีบารัค โอบามา

การเตรียมตัววิ่งเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันครั้งที่สามของรอมนีย์นั้น กำลังจะกลายเป็นจริง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ค่ายรีพับลิกันของรอมนีย์พยายามบอกปัดปฏิเสธเรื่อยมา

การพ่ายแพ้ของรอมนีย์ต่อโอบามาในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่แล้วนั้น จะเห็นได้ชัดก่อนวันเลือกตั้งเพียงหกวัน ที่ทำการวิเคราะห์โดย Nate Silver นักสถิติมือหนึ่งแห่งนิวยอร์คไทม์ผู้ซึ่งนักวิเคราะห์ทั้งหลายต่างซูฮกยอมรับกันว่าแม่นยำ โดยเขาและทีมงานได้ทำการประเมินว่า โอกาสของโอบามาจะได้รับชัยชนะอยู่ที่ 80.1% และโอกาสของรอมนีย์อยู่ที่ 19.9% และก็เป็นจริงตามความคาดการณ์ของ Nate Silver  ซึ่งเขาก็ยังคาดการณ์อย่างแม่นยำแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มอีกด้วยว่า รัฐไหนบ้างที่โอบามาจะได้รับชัยชนะ และรัฐไหนบ้างที่โอบามาจะพ่ายแพ้ต่อรอมนีย์!!!

แต่น่าเสียดายที่ขณะนี้ Nate Silver ได้ผันตัวเองไปเอาดีกับกีฬาเบสบอล ไม่งั้นแล้วเราก็จะพอทราบล่วงหน้าได้ว่า โอกาสของรอมนีย์ที่จะกลับมาลงวิ่งแข่งขันในตำแหน่งประธานาธิบดีรอบที่สามนี้ จะพอมีหวังหรือไม่?

ทั้งนี้มีหลายต่อหลายครั้งที่ผู้พ่ายแพ้การเลือกตั้งในระดับตัวแทนพรรคของสหรัฐอเมริกา ที่แพ้แบบเชือดเฉือนหวุดหวิดเส้นยาแดงผ่าแปดแต่กลับไม่ยอมถอดใจหวนกลับเข้ามาสู้ใหม่

เท่าที่เห็นได้เด่นชัดก็ได้แก่ ริชาร์ด นิกสัน ที่เขาพ่ายแพ้ต่อประธานาธิบดีจอห์น เอ็ฟ. เคนเนดี้ เมื่อปี 1960 และสองปีต่อมาพ่ายแพ้แก่ แพ็ต บราวน์( บิดาของเจอร์รี่ บราวน์ ผู้ว่าฯรัฐแคลิฟอร์คนปัจจุบัน) ในการช่วงชิงตำแหน่งผู้ว่ารัฐแคลิฟอร์เนีย แต่กระนั้นริชาร์ด นิกสัน ก็หวนกลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้งในปี 1968 ซึ่งในครั้งนั้นเขาได้รับชัยชนะด้วยคะแนนท่วมท้นที่คนทั่วไปคิดว่าคงไม่มีทางเป็นไปได้ แถมเขายังได้รับเลือกในสมัยที่สองด้วยคะแนนที่ท่วมท้นอีกครั้ง

ในกรณีโรนัลด์  เรแกน ก็นับว่าเป็นนักการเมืองที่ไม่เคยยอมแพ้อย่างง่ายดายเช่นกัน ที่เมื่อพ่ายแพ้การเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันต่อเจอร์รัล ฟอร์ดอย่างหวุดหวิด แต่เรแกนก็ไม่ยอมยกธงขาว และได้ค่อยๆสร้างฐานการเมืองและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ปรับนโยบายใหม่ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของคนอเมริกันซึ่งในที่สุดเรแกนก็ได้รับชัยชนะเหนือประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ในปี 1980 และอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีถึงสองสมัยและได้กลายเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุมากที่สุด ก่อนที่เขาจะอำลาทำเนียบขาว

ในกรณีของมิตต์ รอมนีย์นั้น เขาได้ทุ่มเทเวลาช่วยเพื่อนนักการเมืองของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางสมัยเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่เพิ่งผ่านมาทำให้พรรครีพับลิกันได้เข้ามาคุมเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เท่ากับว่าแม้มิตต์ รอมนีย์ จะพ่ายแพ้ต่อโอบามาแต่เขาก็ไม่ยอมถอยฉากออกไปง่ายๆ แต่เขากลับชกนอกรอบช่วยเพื่อนๆ ซึ่งหลายๆคนเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ของพรรครีพับลิกันได้รับเลือกเข้าสู่สภาคองเกรส

อะไรคือปัจจัยหลักที่รอมนีย์ตัดสินใจที่จะกลับสู่สังเวียนลงวิ่งแข่งขันเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีในคำรบสาม

อาจจะเป็นเพราะว่าขณะนี้ในพรรครีพับลิกันยังไม่มีนักการเมืองคนใดเลย ที่จะโดดเด่นได้รับคะแนนนำลิ่วกลายเป็นตัวแทนของพรรคได้  แม้กระทั่งเจบ บุช น้องชายของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู  บุช ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก อาจจะสืบเนื่องมาจากภาพลักษณ์ของพี่ชาย แถมยังมีกลิ่นตุตุอื้อฉาวในเรื่องวงการธุรกิจ ซึ่งขณะนี้เจบ บุช ผู้น้องกำลังพยายามแก้ปัญหาที่ถูกครหานินทาอยู่ในขณะนี้

หรืออาจจะเป็นเพราะรอมนีย์แน่ใจว่า ตนเองสร้างฐานทางการเมืองเอาไว้อย่างแน่นปึ๊กส์แล้วในช่วงสองปีที่ผ่านมา

หรืออาจจะเป็นเพราะว่ารอมนีย์เชื่อมั่นว่าตนเองมีทีมงานที่เพรียบพร้อม และมีเครือข่ายในแวดวงด้านการเงินอย่างกว้างขวาง

หรือรอมนีย์อาจจะคิดว่าคนอเมริกันยอมรับว่าเขามีคุณสมบัติในการเป็นผู้นำ มีคุณสมบัติด้านการศึกษา

แต่ทั้งนี้คุณสมบัติที่โดดเด่นสำคัญที่สุดของ มิตต์ รอมนีย์ ก็คือไม่มีเรื่องด่างพร้อยฉาวโฉ่เสียหายด้านครอบครัว โดยทั่วไปแล้วนักการเมืองอเมริกันล้วนแล้วแต่มีปัญหาเรื่องชู้สาว แต่รอมนีย์กลับขาวสะอาดปราศจากมลทินไม่มีตำหนิในเรื่องนี้เลย  ส่วนเรื่องอายุก็ไม่น่าจะมีปัญหา แม้ว่าขณะนี้รอมนีย์จะมีอายุ 68 ปีแล้วก็ตาม และหากได้รับเลือกเขาก็จะมีอายุ 69 ปี เท่ากับเรแกนตอนที่ก้าวเข้าสู่ทำเนียบขาว

ส่วนภาพลักษณ์ติดลบของรอมนีย์นั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า เขาเป็นนักการเมืองที่โลเล อีกทั้งรอมนีย์แทบจะไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากชาวลาติน ซึ่งอาจจะสืบเนื่องมาจากประเด็นเรื่องอิมมิเกรชั่น ที่รอมนีย์ถูกมองไปว่าต่อต้านโรบินฮู้ด!!!

ทั้งนี้เนื่องจากขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากำลังดีขึ้น ซึ่งคงจะเป็นการยากที่รอมนีย์จะยกเอาปัญหาเศรษฐกิจขึ้นมาเป็นประเด็นหลัก โดยขณะนี้รอมนีย์ได้ส่งสัญญาณที่เน้นว่าจะทำอย่างไรให้เกิดสันติสุขในโลก และจะทำอย่างไรให้คนอเมริกันได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ส่วนตัวแทนของพรรคเดโมแครตนั้นคาดกันว่า ฮิลลารี คลินตัน อาจจะได้รับเลือกเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต ซึ่งสำนักหยั่งเสียงของ Real Clear Politics ล่าสุดระบุว่า ไม่ว่าจะเป็น บุช ผู้ว่าฯคริสตี้ พอล  รอมนีย์ หรือใครก็ตามที่จะได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกัน ต่างก็มีโอกาสจะพ่ายแพ้ฮิลลารีกันทุกคน เพราะขณะนี้ฮิลลารีมีคะแนนนิยมนำอยู่ประมาณสิบสามถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งนี้ใครจะแพ้หรือใครจะชนะก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะคาดการณ์ได้แต่ในที่สุดคะแนนเสียงจากกลุ่มชาวลาตินคงจะเป็นตัวตัดสินชี้ขาด

ทั้งนี้และทั้งนั้นโอกาสที่ มิตต์ รอมนีย์ จะได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันก็ยังมีอยู่  และการแข่งขันเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2016  พวกเราอาจจะได้เห็นการแข่งขันระหว่างฮิลลารี คลินตัน ต่อกรปะทะกับมิตต์ รอมนีย์ ก็มีทางเป็นไปได้ละครับ.

Check Also

ผู้ได้รับรางวัลสูงสุดของโรตารีสากล: ดร.ศุภวัตร ภูวกุล

ดร.ศุภวัตร ภูวกุลได้รับรางวัลสูงสุดของโรตารีสากล มวลมิตรโรตาเรียนร่วมประชุมครั้งที่ 1/2563-64 ณ ห้องประชุม        โรงแรมดุสิต ปริ้นเซส เชียงใหม่ 9 กรกฏาคม 2563 ถึงแม้ว่าผมจะเคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชีวประวัติและผลงานของ “ดร.ศุภวัตร ภูวกุล” ...